อนุชา-อภิสิทธิ์’ ลุยหาเสียงพหลโยธินซอย 1 ชูพัฒนาทางเท้า-เพิ่มพื้นที่สาธารณะ เตรียมปราศรัยใหญ่กลางเดือน มิ.ย. จี้ รัฐบาลแจงความคืบหน้ามาตรการช่วยเหลือค่าน้ํามัน
นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 5 พร้อมด้วย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และคณะผู้บริหารพรรค ลงพื้นที่หาเสียงบริเวณซอยพหลโยธิน 1 เขตพญาไท พบปะประชาชน พ่อค้าแม่ค้า และผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นไปอย่างคึกคัก

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า กระแสตอบรับของพรรคดีขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังจากลงพื้นที่รับฟังปัญหาของประชาชน พร้อมเปิดเผยว่า พรรคเตรียมจัดเวทีปราศรัยใหญ่ในช่วงวันที่ 17 หรือ 18 มิถุนายนนี้ เพื่อนําเสนอนโยบายและสื่อสารประเด็นต่าง ๆ ที่ได้รับจากการลงพื้นที่ให้ประชาชนได้รับทราบ

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ยังระบุว่า หนึ่งในแนวทางสําคัญคือการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ว่างในกรุงเทพมหานคร โดยเสนอให้ส่งเสริมการนําพื้นที่ที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่มาพัฒนาเป็นพื้นที่สาธารณะ พื้นที่สีเขียว หรือพื้นที่กิจกรรมด้านศิลปวัฒนธรรม เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนมากขึ้น

นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ ยังเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงความคืบหน้าของโครงการช่วยเหลือค่าน้ํามันเชื้อเพลิง หลังได้รับเสียงสะท้อนจากผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างจํานวนมากว่ายังไม่ได้รับสิทธิช่วยเหลือตามที่มีการประกาศไว้ พร้อมระบุว่าจะนําประเด็นดังกล่าวไปติดตามและสอบถามในสภาผู้แทนราษฎรต่อไป
ด้านนายอนุชา กล่าวว่า ปัญหาสําคัญในพื้นที่เขตพญาไทคือเรื่องทางเท้าและการสัญจรของประชาชน โดยหลายพื้นที่ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างและใช้เวลานานกว่าที่ประชาชนคาดหวัง หากได้รับโอกาสในการทํางานจะเร่งประสานงานและผลักดันการแก้ไขปัญหาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ต่อมา นายอนุชา และคณะผู้บริหารพรรคได้ขึ้นรถแห่หาเสียงบนถนนพหลโยธิน ก่อนเดินพบปะประชาชนในย่านอารีย์ และเดินทางกลับมายังพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อร่วมพิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2569
ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา นายอนุชา ได้ลงพื้นที่หาเสียงร่วมกับผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตหลักสี่ พร้อมรับฟังปัญหาจากประชาชนในชุมชนต่าง ๆ โดยเฉพาะปัญหาน้ําท่วม น้ํารอการระบาย การลอกท่อ การจราจร และสภาพผิวถนน ซึ่งยืนยันว่าจะผลักดันแนวทางแก้ไขอย่างเป็นระบบและยั่งยืน




