‘ยศชนัน-ประเสริฐ’ สั่งรื้อใหญ่หลักสูตรการศึกษาไทย ชู ‘ประวัติศาสตร์-ภาษาแม่’ เป็นฐานราก เลิกท่องจํามุ่งเน้นการวิเคราะห์ แก้ปมเด็กอินเตอร์ทิ้งรากเหง้า ย้ําชัดโปร่งใสตรวจสอบโครงการตกค้าง ป้องกันงบประมาณแผ่นดินรั่วไหล พร้อมตั้ง กก. สอบงบ AI พันล้าน สกัดช่องโหว่ทุจริต
นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกันแถลงทิศทางการปฏิรูปการศึกษาครั้งใหญ่ของรัฐบาล โดยมุ่งเน้นการปรับปรุงหลักสูตรใน 3 วิชาแกนหลัก ได้แก่ ประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง และภาษาไทย เพื่อยกระดับศักยภาพเยาวชนไทยให้ก้าวทันโลกโดยไม่ทิ้งรากเหง้าเดิม ภายใต้แนวคิด "หลักสูตรฐานสมรรถนะ" ที่มุ่งสร้างความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์มากกว่าแค่ทักษะอาชีพ
นายยศชนัน ระบุว่า การปรับหลักสูตรวิชาประวัติศาสตร์ในยุคใหม่จะเปลี่ยนผ่านจากการ "ท่องจํา" ไปสู่ "การวิเคราะห์ด้วยวิธีการทางประวัติศาสตร์" เพื่อให้เยาวชนเข้าใจถึงพัฒนาการของชาติและบทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์ในฐานะเรื่องราวที่พลเมืองทุกคนมีส่วนร่วม พร้อมย้ําว่าประเทศที่ระบบการศึกษาแข็งแกร่งระดับโลกล้วนสอนให้เด็กรู้จักรากเหง้าของตนเอง ขณะที่วิชาหน้าที่พลเมืองจะถูกออกแบบใหม่ให้เน้นทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ การทํางานเป็นทีม และจิตอาสา เพื่อปั้นเด็กไทยให้เป็น "พลเมืองโลก" (Global Citizens) ที่ยังคงรักษาอัตลักษณ์ไทยไว้อย่างเหนียวแน่น
สําหรับกระแสเรียกร้องให้ยกเลิกวิชาบางประเภท เช่น รํากระบี่กระบอง หรือลูกเสือ-เนตรนารี นายยศชนันยืนยันว่ารัฐบาลต้องการสื่อสารให้ชัดเจนว่าจะไม่มีการยกเลิกทิ้ง แต่จะใช้วิธี "บูรณาการ" เข้ากับบริบทสมัยใหม่ ผสมผสานมิติทางสังคมและวิทยาการให้ลงตัว เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้เรียนในยุคดิจิทัล
ด้านนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า กระทรวงฯ ให้ความสําคัญกับการเรียนรู้แบบไร้ขีดจํากัด โดยเน้นเนื้อหาที่ทันสมัยและการฝึกวินัยผ่านกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน พร้อมทั้งส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและแพลตฟอร์มออนไลน์ควบคู่ไปกับการเรียนรู้จากพื้นที่จริง เช่น พิพิธภัณฑ์และชุมชน โดยเฉพาะวิชาภาษาไทยที่ถือเป็นฐานรากสําคัญในการต่อยอดสู่ภาษาที่สอง ซึ่งผลวิจัยทั่วโลกยืนยันว่าหากภาษาแม่แข็งแกร่ง การเรียนรู้ภาษาอื่นจะมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการยังได้เข้าหารือกับสมาคมโรงเรียนนานาชาติ เพื่อแก้ปัญหาเยาวชนสัญชาติไทยในโรงเรียนกลุ่มดังกล่าวที่ขาดทักษะภาษาแม่ โดยจะเร่งสนับสนุนแนวทางดูแลทักษะภาษาไทยให้นักเรียนกลุ่มนี้สามารถสื่อสารภาษาของตนเองได้อย่างคล่องแคล่ว โดยไม่กระทบต่อหลักสูตรมาตรฐานสากลของสถานศึกษา ซึ่งในวันที่ 4 มิถุนายนนี้ จะมีการประชุมอนุกรรมการยกร่าง พ.ร.บ. การศึกษาครั้งแรก เพื่อขับเคลื่อนนโยบายทั้งหมดให้เป็นรูปธรรม
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ร้อนแรงที่สุดคือการตรวจสอบความโปร่งใส โดยนายประเสริฐยอมรับว่าขณะนี้ได้สั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบโครงการที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี AI ของกระทรวงฯ ที่มีการใช้งบประมาณรวมหลายพันล้านบาท หลังฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีการทุจริตหรือใช้งานไม่คุ้มค่า ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นงบประมาณผูกพันที่เกิดขึ้นก่อนรัฐบาลชุดนี้จะเข้ามาบริหาร แต่ในฐานะผู้รับผิดชอบปัจจุบัน ยืนยันว่าจะต้องตรวจสอบอย่างละเอียดและรอบคอบที่สุด เพื่อให้การใช้งบประมาณแผ่นดินเกิดประสิทธิภาพสูงสุดและโปร่งใสต่อสายตาประชาชน




