รัฐบาลแถลงเปิดเผยรายงานการประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจของศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คาดการณ์พฤติกรรมการใช้จ่ายของภาคประชาชนในช่วงเทศกาลวันวิสาขบูชา ประจําปี 2569 บรรยากาศจะกลับมาคึกคักและเติบโตขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาร้อยละ 5 เม็ดเงินสะพัดหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจฐานรากพุ่งสูงถึง 4,000 – 4,500 ล้านบาท ปัจจัยหนุนสําคัญมาจากพฤติกรรมประเพณีนิยมของชาวพุทธที่จะพาครอบครัวเข้าวัดทําบุญและรับประทานอาหารนอกบ้าน ประกอบกับเป็นช่วงวันหยุดยาวต่อเนื่อง ประชาชนเริ่มคลายความกังวลจากราคาน้ํามันขายปลีกและสถานการณ์ตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง อีกทั้งยังได้รับแรงส่งจากการเปิดหน้างานมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจร่วมจ่ายในโครงการไทยช่วยไทยพลัสรอบใหม่ของรัฐบาล

จากสถานการณ์เงินสะพัดดังกล่าว รัฐบาลได้สั่งการเฉียบขาดให้กรมการค้าภายในและพาณิชย์จังหวัด ทั่วประเทศ สนธิกําลังเพิ่มความเข้มงวดในการออกตรวจพิกัดร้านค้า สแกนราคาสินค้าและกํากับดูแลการจําหน่ายเครื่องบวช ชุดสังฆทาน และของทําบุญทุกประเภท เพื่อสกัดกั้นขบวนการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาเอาเปรียบผู้บริโภค หรือพฤติกรรมการยัดไส้จําหน่ายสินค้าไม่ตรงตามฉลากรายละเอียดที่แจ้งไว้ เบื้องต้นจากการตรวจสอบหน้างานพบว่าภาพรวมราคาสินค้าส่วนใหญ่ยังทรงตัวใกล้เคียงกับช่วงวันมาฆบูชาเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทั้งนี้รัฐบาลประกาศเตือนกลุ่มผู้ประกอบการหากพบการกระทําความผิดจะลงดาบทันที ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน 1569 โดยกรณีไม่ปิดป้ายแสดงราคามีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท ส่วนกรณีฉวยโอกาสขายแพงเกินสมควร กักตุนสินค้า หรือปฏิเสธการจําหน่าย จ่อระเบียบลงโทษขั้นสูงสุดจําคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

นอกจากมาตรการควบคุมราคาสินค้าแล้ว นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ได้ออกโรงแจ้งเตือนพุทธศาสนิกชนให้เท่าทันภัยไซเบอร์ ดักทางกลุ่มมิจฉาชีพและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ใช้โอกาสวันสําคัญทางศาสนามาเป็นสคริปต์หลอกลวงต้มตุ๋นเงินและดักรับข้อมูลส่วนบุคคล โดยขบวนการนี้มักแอบอ้างช่องทางการทําบุญบริจาคออนไลน์ในรูปแบบต่างๆ รัฐบาลจึงขอแนะนําให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังสูงสุด โดยให้หลีกเลี่ยงเว็บไซต์เวียนเทียนออนไลน์ที่บังคับให้กรอกข้อมูลส่วนตัวเชิงลึก หลีกเลี่ยงการกดลิงก์แปลกปลอมที่ส่งผ่านระบบข้อความสั้น SMS ชวนร่วมกิจกรรมทางศาสนา และห้ามดาวน์โหลดหรือติดตั้งแอปพลิเคชันนอกสโตร์อย่างเด็ดขาด เนื่องจากเสี่ยงถูกคนร้ายใช้ระบบรีโมตควบคุมระยะไกล (Remote Access) บุกเข้าเจาะระบบโมบายแบงก์กิ้งเพื่อดูดเงินเกลี้ยงบัญชีธนาคาร