วันที่ 30 พ.ค.69 - น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายหลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินทางเยือนฝรั่งเศสและนําเสนอศักยภาพของประเทศไทยต่อภาคเอกชนยุโรป พบว่านักลงทุนต่างชาติต่างให้ความสนใจต่อธุรกิจพลังงานสะอาดและความยั่งยืนในไทย ซึ่งเป็นธีมหลักของอุตสาหกรรมโลกในปัจจุบัน

นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ําในเวทีโลกวา ไทยมีความพร้อมสูงสุดในการเป็นฐานการลงทุนของภูมิภาค โดยเฉพาะในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่มีระบบโลจิสติกส์ ห่วงโซ่อุปทาน และแรงงานฝีมือรองรับกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

4 ปัจจัยเด่นที่ไทยดึงดูดทุนยุโรป ได้แก่ นโยบายพลังงาน ที่รัฐบาลมุ่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียนและเปิดทางให้นักลงทุนเข้าถึงพลังงานสะอาดได้ง่ายขึ้น , มาตรการอํานวยความสะดวกการลงทุนขั้นสูงสุด ปรับกฎระเบียบให้ตอบโจทย์มาตรฐานสากล ,
กลุ่มอุตสาหกรรมในไทยตื่นตัวเรื่องการลดคาร์บอน เพื่อรักษาขีดความสามารถการแข่งขันในตลาดส่งออก และเมืองคาร์บอนต่ํา การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เดินหน้านโยบายกรีนอย่างเป็นรูปธรรม

โดยนายกรัฐมนตรีมองว่า พลังงานสะอาดไม่ใช่แค่เรื่องของสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป แต่เป็นเงื่อนไขใหม่ของการค้า การลงทุน และการจ้างงานในอนาคตที่ไทยต้องใช้จังหวะนี้ชิงความได้เปรียบ

นอกจากนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมยังมีแนวคิดผลักดัน "กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานในอนาคตแห่งประเทศไทย" เพื่อระดมทุนมารองรับโครงการเศรษฐกิจสีเขียว บิ๊กดาต้า AI และพลังงานสะอาด เช่น โครงการฟาร์มโซลาร์ลอยน้ํา เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ําอย่างยั่งยืน