นายชัชวาลย์ เบญจศิริวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ได้เป็นประธานมอบเกียรติบัตรให้แก่หน่วยงานภาคีเครือข่าย ก่อนปล่อยแถวเจ้าหน้าที่เข้าสู่พื้นที่ฝึกซ้อมสถานการณ์จําลองในเวลากลางคืน ซึ่งเน้นการบริหารสั่งการและการทดสอบระบบสื่อสารผ่านศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉิน (EOC) ท่ามกลางการจําลองสถานการณ์ที่มีความกดดันสูง

ผ่า 2 สถานการณ์จําลองในแผนฝึกซ้อมวิกฤตการบิน:

  • ระดับที่ 1: วิกฤตการณ์ "ขู่วางระเบิดอาคารผู้โดยสาร" เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบกระเป๋าเดินทางสีดําต้องสงสัยถูกทิ้งปริศนา สนามบินสั่งยกเลิกกิจกรรมในจุดเสี่ยงและเร่งอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ทันที ก่อนส่งชุดเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด (EOD) ตํารวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ด สวมชุดเกราะบุกเข้าเอ็กซเรย์ ผลการตรวจสอบพบเป็นวัตถุระเบิดเทียมที่ประกอบด้วยแบตเตอรี่และสายไฟเพื่อตบตา

  • ระดับที่ 2: วิกฤตการณ์เทคโนโลยี "โดรนพุ่งชนอากาศยาน" เกิดเหตุซ้ําซ้อนเมื่อมีกลุ่มบุคคลลักลอบบังคับอากาศยานไร้คนขับ (Drone) บินเจาะน่านน้ําปิดและพุ่งชนเครื่องบินพาณิชย์ขณะกําลังเตรียมเทคออฟในลานจอด ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้โครงสร้างปีกเครื่องบินและมีผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บติดภายในตัวเครื่องหลายราย

พฤติการณ์หลังเกิดเหตุชน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัยประจําสนามบินได้รุดเข้าที่เกิดเหตุพร้อมรถน้ําแรงดันสูงเพื่อระงับเหตุเพลิงไหม้ พร้อมประสานงานร่วมกับแพทย์ฉุกเฉินโรงพยาบาลร้อยเอ็ด เข้าบริหารจัดการเหตุสาธารณภัยหมู่ (Mass Casualty Incident) ทําการคัดแยกประเภทผู้บาดเจ็บตามความรุนแรงของบาดแผล ก่อนลําเลียงขึ้นรถพยาบาลส่งต่อโรงพยาบาลเครือข่ายอย่างรวดเร็ว

ทางด้าน นายนันทวิทย์ นาคแสง รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด แถลงสรุปผลปฏิบัติการว่า ภัยคุกคามรูปแบบใหม่โดยเฉพาะเทคโนโลยีโดรนจัดเป็นปัจจัยเสี่ยงสูงที่มีผลกระทบต่อความปลอดภัยการบินในยุคปัจจุบัน การซ้อมแผน Full Scale ในครั้งนี้เป็นการทดสอบความสามารถในการประสานงานระหว่างฝ่ายความมั่นคง ทหาร ตํารวจ กรมท่าอากาศยาน และสาธารณสุข เพื่อรับประกันว่าหากเกิดสถานการณ์วินาศกรรมจริงในอนาคต ทุกหน่วยงานจะสามารถระงับเหตุและปกป้องชีวิตผู้โดยสารได้อย่างมีประสิทธิภาพตามมาตรฐานสากล