การประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ มีระเบียบวาระเร่งด่วนในการพิจารณาญัตติศึกษาโครงสร้างสะพานเศรษฐกิจภาคใต้เชื่อมสองฝั่งมหาสมุทร โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้รับมอบหมายจากพรรคประชาธิปัตย์ให้เป็นผู้สรุปทิศทางข้อจํากัดและข้อกังวลเชิงนโยบาย โดยระบุว่าโครงการดังกล่าวเป็นเมกะโปรเจกต์ที่ใช้เม็ดเงินงบประมาณสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของประเทศไทย จึงจําเป็นต้องตีกรอบการศึกษาอย่างรอบด้านและโปร่งใสสูงสุด

ผ่า 5 ความเสี่ยงหลักโครงการแลนด์บริด (คําต่อคําจาก อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ):

  • ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ (ตลบหลังลดเวลาเดินเรือ): หักล้างคํากล่าวอ้างของรัฐบาลที่ระบุว่าสามารถย่นระยะเวลาการเดินทางผ่านช่องแคบมะละกาได้ 4 วัน โดยชี้ว่าในความเป็นจริงต้องเสียเวลาและต้นทุนมหาศาลในกระบวนการยกขนสินค้า (Handling) จากเรือลงสู่ระบบราง และจากระบบรางกลับขึ้นเรืออีกฝั่ง ซึ่งไม่คุ้มทุนทางการค้า

  • ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและนิเวศวิทยา: โครงการต้องตัดผ่านพื้นที่ป่าต้นน้ํา พื้นที่ชุ่มน้ําระนอง พื้นที่มรดกโลก และแหล่งความหลากหลายทางชีวภาพขั้นสูง ซึ่งจะทําลายระบบนิเวศและทุนทางวัฒนธรรมฮวงซุ้ย-วิถีชุมชนท้องถิ่นอย่างถาวร ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวฝั่งอันดามันและจังหวัดภูเก็ต

  • ผลประโยชน์ต่อคนในพื้นที่: ตั้งคําถามจี้จุดถึงชะตากรรมของประชาชนใน 10 จังหวัดภาคใต้ และพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่าจะได้รับส่วนแบ่งผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจริงหรือเป็นเพียงผู้แบกรับมลพิษ

  • ภัยแทรกซ้อนอุตสาหกรรมหนัก (ทุนปิโตรเคมี): แสดงความกังวลว่าหากโครงการไม่คุ้มทุน รัฐบาลอาจต้องให้สิทธิประโยชน์พิเศษแก่เอกชนข้ามชาติ นําไปสู่การจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมหนักและอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ ซึ่งสวนทางกับยุทธศาสตร์การพัฒนาภาคใต้ที่เน้นเศรษฐกิจสีเขียวและการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

  • ภัยความมั่นคงและภูมิรัฐศาสตร์โลก (Geopolitics): เตือนว่าการสร้างช่องทางยุทธศาสตร์ขนส่งพลังงานใหม่จะดึงให้ไทยเข้าไปอยู่ท่ามกลางวงล้อมความขัดแย้งและการเผชิญหน้าแย่งชิงอิทธิพลของมหาอํานาจ โดยเฉพาะสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนในทะเลจีนใต้

นายอภิสิทธิ์ แถลงสรุปทิ้งท้ายว่า สภาผู้แทนราษฎรต้องไม่ปล่อยผ่านโครงการที่มีความเสี่ยงสูงระดับนี้โดยไม่มีการตรวจสอบเชิงลึก การจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาศึกษาข้อเท็จจริงอย่างละเอียดจึงเป็นทางออกเดียวที่จะปกป้องผลประโยชน์ของประเทศและคุณภาพชีวิตของพี่น้องภาคใต้ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของการลงทุนที่ล้มเหลว