สํานักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ชี้ช่องส่งออกพารารุ่นใหม่ เผยกระแสความต้องการยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั่วโลก ปลุกดีมานด์ “ยางล้อสมรรถนะสูง” พุ่งกระฉูด ทุบสถิติดันราคาขายแพงกว่ายางล้อทั่วไปเฉลี่ย 1.2 – 1.5 เท่า เปิดโอกาสทองให้ประเทศไทยปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมจากเน้นปริมาณสู่ฐานการผลิตมูลค่าสูง กางสถิติล่าสุดไทยยึดแท่นอันดับ 3 ของโลกในการส่งออกยางล้อรถยนต์นั่ง กวาดรายได้เข้าประเทศเฉียด 3,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หนุนดัชนีความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบ (RCA) โตแกร่ง ลุยงัดยุทธศาสตร์ “ทําตาม–ทําเพิ่ม–ทําต่าง” ฝ่าด่านกําแพงภาษีและมาตรการสิ่งแวดล้อม

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อํานวยการสํานักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยรายงานบทวิเคราะห์ทิศทางการค้าโลกระบุว่า เมกะเทรนด์ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) คือตัวเร่งปฏิกิริยาสําคัญที่ทําให้อุตสาหกรรมยางล้อปรับเปลี่ยนเทคโนโลยี เนื่องจากรถยนต์ EV มีน้ําหนักตัวถังจากแบตเตอรี่ที่มากกว่ารถยนต์สันดาปและมีแรงบิดสูงเฉียบพลัน ส่งผลให้ตลาดยานยนต์โลกมีความต้องการยางล้อสมรรถนะสูงที่มีความทนทานและลดแรงต้านทานการหมุน ซึ่งประเทศไทยมีข้อได้เปรียบเชิงโครงสร้างในฐานะที่เป็นผู้ผลิตและส่งออกยางธรรมชาติรายใหญ่ที่สุดในโลก มีห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมยานยนต์ครบวงจร สะท้อนจากอัตราการใช้กําลังการผลิตที่ตรึงอยู่ในระดับสูงถึงร้อยละ 69 – 92

กางสถิติตลาดส่งออกยางล้อรถยนต์นั่งของไทย:

  • อันดับโลก: ประเทศไทยครองแชมป์ผู้ส่งออกอันดับ 3 ของโลก (รองจากประเทศจีนและเยอรมนี)

  • มูลค่าส่งออกตลาดโลก (ปี 2567): ทะลุ 51,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ขยายตัวร้อยละ 5.15)

  • มูลค่าส่งออกเฉพาะประเทศไทย (ปี 2568): ปิดยอดที่ 3,875.98 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.12)

  • ตลาดคู่ค้าหลัก: สหรัฐอเมริกา, เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น

  • ตลาดน่านน้ําใหม่ที่มีศักยภาพ: กลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชีย และภูมิภาคตะวันออกกลาง

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการรักษาแชมป์และขยายมาร์เก็ตแชร์ในตลาดโลก ท่ามกลางแรงกดดันจากมาตรการกีดกันทางการค้าและกฎระเบียบสิ่งแวดล้อมโลกที่เข้มงวด สนค. ได้นําเสนอแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่าน ยุทธศาสตร์ 3 กลยุทธ์หลัก ประกอบด้วย:

  1. “ทําตาม” (Compliance): เร่งยกระดับมาตรฐานสินค้า เกณฑ์การรับรอง และระบบโครงสร้างพื้นฐานการทดสอบยางล้อในประเทศ ให้สอดรับกับกฎระเบียบการค้าโลกและมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเร่งด่วน

  2. “ทําเพิ่ม” (Expansion): เดินหน้าสร้างความร่วมมือเชิงลึกในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ระหว่างผู้ผลิตยางล้อในประเทศกับค่ายรถยนต์ EV รายใหญ่ พร้อมขยายตลาดและกระจายความเสี่ยงไปยังกลุ่มประเทศคู่ค้าใหม่ๆ

  3. “ทําต่าง” (Differentiation): ผลักดันการวิจัยและพัฒนาชูนวัตกรรมยางล้อ EV เกรดพรีเมียมเขียวที่ผลิตจากน้ํายางธรรมชาติของไทยแท้ 100% สร้างจุดขายที่แตกต่างเพื่อดึงราคาสินค้าให้สูงขึ้นในตลาดระดับบน