ศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาจําคุก 2 ปี ปรับ 8 หมื่น “ปู มัณฑนา” คดีโพสต์หมิ่น “ทนายกุ้ง” แต่ให้รอลงอาญา 2 ปี คุมประพฤติ 1 ปี พร้อมชดใช้ 1 แสนบาท ยกฟ้องสื่อมวลชนร่วมคดี

วันนี้ (27 พ.ค.) ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถ.เจริญกรุง ศาลอ่านคําพิพากษาคดีหมิ่นประมาทหมายเลขดําอ.355/2568 ที่ น.ส.อํานวยพร มณีวรรณ์ หรือทนายกุ้งเป็นโจทก์ฟ้อง นางมัณฑนา หิมะทองคํา อดีตนักแสดงชื่อดังกับสื่อมวลชน เป็นจําเลยที่1-4 ร่วมกันเป็นจําเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณาฯ

โจทก์ฟ้องสรุปว่า เมื่อระหว่างช่วงปลายเดือนมกราคม 2568 ถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2568 จําเลยที่ 1 ใช้อินสตาแกรม และเฟซบุ๊กของตัวเอง โพสต์ด่าทอโจทก์ ด้วยถ้อยคําอันเป็นเท็จทําให้โจทก์ได้รับความเสียหายเสียชื่อเสียง จึงนําคดีมาฟ้องขอใหศาลพิพากษาลงโทษพวกจําเลยตามความผิดด้วย
คดีนี้ศาลไต่สวนมูลฟัองโจทก์แล้วเห็นว่าคดีมีมูลให้ประทับฟ้องคดีไว้พิจารณา ซึ่งจําเลยให้การปฏิเสธต่อสู้คดี

ศาลพิเคราะห์คําเบิกความและพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายที่นําสืบหักล้างแล้วเห็นว่า นางมัณฑนา จําเลยที่ 1 กระทําผิดตามฟ้องจริง
พิพากษาว่า จําเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา326,328,393 การกระทําของจําเลยที่ 1เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จําคุก 2 ปี และปรับ 80,000 บาท โทษจําคุกให้รอการลงโทษไว้มีกําหนด 2 ปี ให้คุมประพฤติจําเลยที่ 1 มีกําหนด 1 ปี โดยให้จําเลยที่ 1 ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 3 ครั้ง ให้จําเลยที่ 1 ทํางานบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควรเป็นเวลา 48 ชั่วโมง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษจําคุกจําเลยที่ 1 ในคดีนี้ต่อจากโทษจําคุกของจําเลยที่ 1 ในคดีหมายเลขดําที่ อ 2122/2567 คดีหมายเลขแดงที่ อ 2313/2568 ของศาลแขวงพระนครใต้ และขอให้บวกโทษจําเลยที่ 1 ในคดีนี้ต่อจากโทษจําคุกของจําเลยที่ 1 ในคดีหมายเลขดําที่ อ 442/2568คดีหมายเลขแดงที่ อ 210/2569ของศาลอาญากรุงเทพใต้ นั้น เนื่องจากคดีนี้ศาลรอการลงโทษจําคุก และคดีดังกล่าวอยู่ระหว่างอุทธรณ์ คดียังไม่ถึงที่สุด จึงไม่อาจนับโทษต่อและบวกโทษได้ ให้ยกคําขอในส่วนนี้ หากจําเลยที่ 1ไม่ชําระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30 ให้จําเลยที่ 1 ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์เป็นเงิน 100,000บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป (ฟ้องวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2568) จนกว่าจะชําระเสร็จแก่โจทก์ ให้จําเลยที่ 1ลงโฆษณาคําพิพากษาบางส่วนเฉพาะในส่วนพิพากษาเท่านั้นในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เดลินิวส์ มติชน คม ชัด ลึก และข่าวสด เป็นระยะเวลา 7 วัน โดยให้จําเลยที่ 1 เป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย กับให้จําเลยที่ 1 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกําหนดค่าทนายความ 10,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนตามจํานวนทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี ยกฟ้องจําเลยที่ 2- 4 ซึ่งเป็นสื่อมวลชน