นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงแผนบริหารจัดการเงินกู้รองรับโครงการไทยช่วยไทยพลัส ว่า สํานักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ได้วางโครงสร้างการระดมทุนไว้อย่างรัดกุม ภายใต้กรอบวงเงินรวมสูงสุดไม่เกิน 175,000 ล้านบาท โดยหัวใจสําคัญของการกู้เงินในครั้งนี้คือความยืดหยุ่น ยอดเงินกู้จริงจะปรับเปลี่ยนตามจํานวนประชาชนที่ผ่านการยืนยันตัวตนและการใช้งานจริงในแต่ละเดือน

ทั้งนี้ คลังได้สั่งการให้ สบน. ประเมินจังหวะการเบิกจ่ายเงินแบบรายเดือน รวมทั้งสิ้น 4 ครั้ง ตลอดระยะเวลาโครงการ แทนการกู้เงินก้อนใหญ่เต็มจํานวนในครั้งเดียว เพื่อบริหารสภาพคล่องให้สอดคล้องกับเม็ดเงินที่ต้องจ่ายออกจริงหน้างาน ซึ่งวิธีนี้จะช่วยปิดช่องโหว่ไม่ให้รัฐบาลต้องแบกรับภาระดอกเบี้ยโดยไม่จําเป็น ประกอบกับสภาวะดอกเบี้ยนโยบายในตลาดโลกปัจจุบันยังคงทรงตัวอยู่ในระดับต่ํา คาดว่าต้นทุนดอกเบี้ยเฉลี่ยของโครงการนี้จะไม่เกินร้อยละ 2 จึงไม่มีความกังวลเรื่องภาระต่องบประมาณแผ่นดิน

รายละเอียดแผนการจัดหาเงินกู้ล็อตแรก:

  • วงเงินระดมทุนล็อตแรก: 35,000 ล้านบาท (อ้างอิงจากแผนการใช้เงินของสํานักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือ สศค.)

  • เครื่องมือทางการเงินที่ใช้: เน้นการกู้เงินระยะสั้นเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียน (Bridge Financing) ได้แก่ ตั๋วสัญญาใช้เงิน (Promissory Note : P/N) และสัญญาเงินกู้ (Term Loan)

  • เงื่อนไขสัญญา: สัญญากู้มีอายุ 4 ปี โดย สบน. ได้เริ่มเปิดระบบประมูลให้สถาบันการเงินยื่นข้อเสนอแล้ว และมีแผนจะปรับโครงสร้างหนี้ก้อนนี้เปลี่ยนเป็นพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว (Bond) ในอนาคต

  • อัตราดอกเบี้ย: อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย THOR (Thai Overnight Repurchase Rate) บวกส่วนต่าง (Spread) ส่งผลให้ต้นทุนรวมในล็อตแรกต่ําเพียงประมาณร้อยละ 1.2 เท่านั้น