27 พฤษภาคม 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าการขับเคลื่อนนโยบายแก้ไขปัญหาหนี้สินของภาคประชาชนตามข้อสั่งการของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยกระทรวงยุติธรรม กรมบังคับคดี และสํานักงานยุติธรรมจังหวัด ได้ร่วมมือกับสถาบันการเงินรวม 47 แห่ง เปิดพื้นที่เจรจาประนอมหนี้ชั้นบังคับคดีและให้คําปรึกษาทางกฎหมายแก่ประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือผ่านการจัดงานมหกรรมรวม 12 ครั้งที่ผ่านมา

ภาพรวมการดําเนินงานพบว่ามีประชาชนเดินทางเข้าร่วมรับคําปรึกษาและเข้าสู่กระบวนการรวมกว่า 20,000 ราย โดยมีกลุ่มลูกหนี้ที่ได้รับความเดือดร้อนยื่นคําร้องขอเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทอย่างเป็นทางการจํานวน 11,279 ราย และสามารถเจรจาตกลงได้สําเร็จรวมทั้งสิ้น 10,919 ราย คิดเป็นมูลค่าทุนทรัพย์รวม 3,200 ล้านบาท ซึ่งมาตรการลดดอกเบี้ย ขยายเวลาชําระหนี้ และระงับการฟ้องร้องในครั้งนี้ ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชนได้สูงถึง 1,310 ล้านบาท

สรุปสถิติตัวเลขการไกล่เกลี่ยแยกตามกลุ่มกฎหมาย:

  • กลุ่มลูกหนี้ก่อนฟ้องศาล: ยื่นคําร้องและสามารถไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทสําเร็จจํานวน 8,670 ราย คิดเป็นอัตราความสําเร็จสูงถึงร้อยละ 96.74

  • กลุ่มลูกหนี้หลังศาลมีคําพิพากษา: เข้าสู่กระบวนการปรับโครงสร้างหนี้และไกล่เกลี่ยสําเร็จจํานวน 2,249 ราย คิดเป็นอัตราความสําเร็จร้อยละ 97.07

ทั้งนี้ รัฐบาลยืนยันยุทธศาสตร์การทํางานหลังจากนี้ จะยังคงเดินหน้ามาตรการแก้ไขปัญหาหนี้สินครัวเรือนอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งระบบการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท การปรับเปลี่ยนโครงสร้างหนี้ร่วมกับธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินของรัฐ การจัดหลักสูตรอบรมให้ความรู้ทางการเงินแก่ชุมชน รวมถึงการอํานวยความสะดวกทางกฎหมายผ่านศูนย์ดํารงธรรมและยุติธรรมจังหวัด เพื่อเป็นกลไกสําคัญในการช่วยให้ประชาชนสามารถฟื้นฟูสภาพคล่องทางเศรษฐกิจและกลับมาตั้งหลักดําเนินชีวิตได้อย่างมั่นคงต่อไป