ตามนโยบายของรัฐบาล และสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ภายใต้การนําของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.).พล.ต.อ.สําราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. พล.ต.อ.สมประสงค์ เย็นท้วม ที่ปรึกษาพิเศษ ตร.
พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร./ รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. โดยศูนย์อํานวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สํานักงานตํารวจแห่งชาติ (ศอ.ปส.ตร.) และกองบัญชาการตํารวจปราบปรามยาเสพติดภายใต้การอํานวยการของ พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการตํารวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.), พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.พรศักดิ์สุรสิทธิ์ รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.ธนรัชน์ สอนกล้า รอง ผบช.ปส. และ พล.ต.ต.วรพจน์ ดิษยบุตร รอง ผบช.ปส. ได้ขับเคลื่อนการปฏิบัติการเชิงรุกในทุกมิติ ทั้งการสืบสวน ขยายผล ปราบปรามเครือข่ายยาเสพติด ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ พร้อมยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง เพื่อตัดวงจรทางการเงินของขบวนการค้ายาเสพติดอย่างเด็ดขาด

วันนี้ (26 มิ.ย.69) เวลา 13.30 น. พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.วรพจน์ ดิษยบุตร รอง ผบช.ปส.,พล.ต.ต.นพสิทธิ์ มิตรภักดี ผบก.ปส.1 ร่วมกับสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา นําโดย ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการ อย., นพ.รุ่งฤทัย มวลประสิทธิ์พร รองเลขาธิการ อย., ภก.ฉัตรชัย พานิชศุภกรณ์ ผอ.กองคุมคุมวัตถุเสพติด., กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก นําโดย นางสาวอรอนงค์ ศรีสุวรรณ นิติกรชํานาญการ., นายไพสิฐ ภัทรนาวิก แพทย์แผนไทยปฏิบัติการ.,นายอนิรุธ วงษ์ศรีเพ็ง แพทย์แผนไทย., นางสาวอัญญกานต์ จันทรสวัสดิ์ นิติกร ร่วมแถลงข่าวผลการจับกุมทลายโรงงานผลิตยาเสพติดของชาวเวียดนามรวม 4 ราย ทําการผลิตยาเสพติดเตรียมกระจายส่งในไทยและต่างประเทศ

กล่าวคือ บก.ปส.1 ได้สืบสวนตรวจสอบกลุ่มคนต่างด้าวที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด และดําเนินการปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและดําเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดในพื้นที่บางบอน ประกอบกับได้รับร้องเรียนจากชาวบ้าน เรื่องกลิ่นกัญชาที่ออกมาจากโกดังแห่งหนึ่งในพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนบริเวณใกล้เคียงมีอาการป่วย ปวดหัว ไอ แสบจมูก โดยเฉพาะเด็กเล็กและผู้สูงอายุ ประกอบกับมีคนงานทํางานตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทั้งยังส่งเสียงดังรบกวนอย่างต่อเนื่อง จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพบโกดังมีลักษณะปิดทึบ ปิดบังสายตาจากภายนอก มีการติดตั้งระบบระบายอากาศและเครื่องปรับอากาศจํานวนมาก และพบวัสดุ อุปกรณ์ และสารที่เชื่อว่าใช้ในการปลูก แปรรูป และสกัดกัญชา รวมถึงตรวจสอบไม่พบใบอนุญาตเกี่ยวกับการปลูก แปรรูป หรือจําหน่ายกัญชา

เจ้าหน้าที่ บก.ปส.1 ได้ เฝ้าสังเกตการณ์พบว่ามีรถยนต์เข้า-ออกโกดังจํานวนมาก มีการขนส่งสิ่งของบรรจุในถุงและกล่องลักษณะต้องสงสัย จึงเชื่อว่ามีการลักลอบผลิตและสกัดสารจากกัญชา ซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 จึงได้ทําการสืบสวนขยายผลและรวบรวมพยานหลักฐาน และทําการขออนุมัติหมายค้นจากศาล จนเมื่อวันนี้(26 มิ.ย.69) เวลา 10.00 น. เจ้าหน้าที่ บก.ปส.1 เพื่อเข้าตรวจค้นโกดัง พบคนต่างด้าวสัญชาติเวียดนาม รวม 4 คน อยู่ภายในโกดัง และตรวจสอบภายในโกดังพบของกลางยาเสพติด ช่อดอกกัญชาจํานวน 442 กก., แฮทจํานวน 20 กก., โรชิป  จํานวน 2 กก., เรซิ่น แบบขี้ผึ้ง จํานวน 2.5 กก., กัญชา (ผง) จํานวน 8.7 กก. รวมมูลค่ากว่า 3,195,000 ล้านบาท จึงได้ทําการจับกุม คนต่างด้าวทั้ง 4 ราย ในข้อหา “ร่วมกันผลิตยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (สารสกัดกัญชา) โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทําเพื่อการค้าก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน, ร่วมกันในพฤติการณ์ในการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญกรรมข้ามชาติในพฤติการณ์ร่วมกันผลิตและจําหน่ายยาเสพติดฯ และ ฝ่าฝืนจําหน่ายหรือแปรรูปสมุนไพรควบคุม (กัญชา) เพื่อการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต” ดําเนินคดีตามกฎหมาย

พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส.กล่าวว่า จากการขยายผลแก๊งขบวนการนี้ได้เริ่มทําการผลิตกัญชาในโกดังนี้มาได้ 3 เดือน โดยได้รับซื้อดอกกัญชามาจากฟาร์มปลูกกัญชา  จากนั้นเอามาเข้ากระบวนการผลิตแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อส่งขายไปในประเทศและต่างประเทศ  ซึ่งการจับกุมในครั้งนี้นับว่าเป็นการทลายแก๊งคนต่างชาติลักลอบเข้ามากระทําผิดโดยไม่เกรงกลัวกฎหมายไทย

ทั้งนี้ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ขอความร่วมมือประชาชน หากพบเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติดหรือบุคคลต้องสงสัย สามารถแจ้งได้ที่ด่วน 1599 หรือ 191 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือสถานีตํารวจใกล้บ้านโดยข้อมูลของผู้แจ้งจะถูกเก็บรักษาเป็นความลับอย่างเคร่งครัด