ตร.ไซเบอร์ เร่ง Meta ส่งข้อมูลต้นตอ “ไลฟ์อนาจาร” ใน 3 วัน แฉเป็นกับดักมิจฉาชีพ ล่อกดลิงก์ดูดเงิน-พนันออนไลน์ เตือนสายแชร์ระวังคุก! โทษหนักเท่าคนโพสต์ จําคุก 5 ปี ปรับ 1 แสน เผยพิรุธใช้คลิปเก่าวนซ้ําปั่นยอดดูเพื่อทําฟิชชิ่งขโมยข้อมูล

กองบัญชาการตํารวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.สอท.) เร่งติดตามความคืบหน้ากรณีคลิปอนาจารเผยแพร่ว่อนบนแพลตฟอร์มเฟซบุ๊ก ล่าสุด พล.ต.ต.ชัชปัณฑกานต์ คล้ายคลึง และ พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน รอง ผบช.สอท. เปิดเผยว่า ได้ประสานงานร่วมกับกระทรวงดีอี และ Meta อย่างใกล้ชิด เพื่อขอข้อมูลระบุตัวตนผู้กระทําผิด คาดว่าจะทราบผลภายใน 2-3 วันนี้ ว่าต้นตออยู่ในประเทศไทยหรือต่างประเทศ

จากการตรวจสอบพบพฤติการณ์น่าสงสัยว่า กลุ่มมิจฉาชีพมีเจตนาใช้คลิปอนาจาร (ซึ่งอาจเป็นคลิปเก่านํามาวนซ้ํา) เพื่อดึงดูดความสนใจให้คนเข้าชมจํานวนมาก จากนั้นจะมีการแปะลิงก์เว็บพนันออนไลน์ หรือทํา “ฟิชชิ่ง” (Phishing) สร้างหน้าเว็บปลอมเพื่อหลอกดูดข้อมูลส่วนตัวและเงินจากบัญชีของผู้ใช้งาน จึงขอเตือนประชาชนให้ระมัดระวัง อย่ากดเข้าไปดูหรือกดลิงก์ที่แนบมากับโพสต์ลักษณะนี้

นอกจากนี้ ตํารวจไซเบอร์ยังย้ําเตือนเรื่องการ “กดแชร์” ว่ามีความผิดร้ายแรงตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (5) ซึ่งมีโทษจําคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ซึ่งเป็นโทษที่หนักเท่ากับผู้นําเข้าข้อมูลลามกสู่ระบบคอมพิวเตอร์ (มาตรา 14 (4)) โดยทางเจ้าหน้าที่มุ่งเน้นการทลายต้นตอผู้โพสต์และผู้ที่ได้รับประโยชน์จากการแปะลิงก์พนันเป็นอันดับแรก

ด้าน พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 จําแนกความผิดลามกออนไลน์เป็น 3 ประเภท คือ 1. เพื่อการค้า (โทษจําคุก 3 ปี) 2. นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ (โทษจําคุก 5 ปี) และ 3. การส่งต่อหรือแชร์ (โทษจําคุก 5 ปี) พร้อมยืนยันว่าขณะนี้ความร่วมมือระหว่างตํารวจไทยและ Meta สิงคโปร์ เป็นไปอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ที่เข้าใจบริบทของประเทศไทยช่วยประสานงานอยู่ด้วย