ครม. ปรับใหญ่! โอนอํานาจเช็กบัญชีนวัตกรรมไทยให้ ‘สนช.’ รับไม้ต่อจาก ‘สวทช.’ เริ่ม 1 ต.ค. 69 นี้  เพิ่มความคล่องตัว ชูสิทธิประโยชน์จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ 30% นาน 8 ปี ดันนวัตกรรมไทยสู่เชิงพาณิชย์เต็มสูบ  หวังลดการนําเข้าและยกระดับผู้ประกอบการไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี แถลงมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบการทบทวนการมอบหมายหน่วยงานจัดทําบัญชีนวัตกรรมไทย โดยมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการดําเนินงานสําคัญ คือการโอนอํานาจการตรวจสอบคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์และบริการนวัตกรรม จากสํานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ไปอยู่ในความดูแลของ สํานักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. (NIA) โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

สําหรับการปรับเปลี่ยนบทบาทในครั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจของ สนช. ที่มุ่งเน้นการส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาระบบนวัตกรรมของประเทศ รวมถึงการผลักดันผลงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ เศรษฐกิจ และสังคมได้ตรงจุดยิ่งขึ้น ขณะที่ สวทช. ซึ่งเป็นผู้วางรากฐานเดิม จะยังคงทําหน้าที่สนับสนุนการปฏิบัติงานเชิงเทคนิคแก่ สนช. อย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษามาตรฐานและความน่าเชื่อถือในการตรวจสอบ ส่วนสํานักงบประมาณยังคงทําหน้าที่ตรวจสอบราคาและประกาศบัญชีนวัตกรรมไทยเช่นเดิม

ทั้งนี้ การปรับปรุงกระบวนการบริหารจัดการบัญชีนวัตกรรมไทย จะช่วยเพิ่มความคล่องตัวและความโปร่งใสในระบบนิเวศนวัตกรรม โดยผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชีนวัตกรรมไทย จะได้รับสิทธิประโยชน์สูงสุดในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ โดยหน่วยงานรัฐสามารถจัดซื้อจัดจ้างได้โดยตรงในสัดส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของความต้องการใช้งาน และได้รับสิทธินี้นานถึง 8 ปี ซึ่งถือเป็นกลไกสําคัญที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และสร้างการเติบโตบนฐานนวัตกรรมอย่างมั่นคง