โพลเลือกตั้งเมืองหลวง คนกรุงเทใจให้ "ชัชชาติ" ร้อยละ 57.68 ชูจุดแข็งมีประสบการณ์พร้อมลุยงานทันที ขณะที่เก้าอี้ ส.ก. พรรคประชาชนคว้าแชมป์ความนิยม
วันที่ 24 พ.ค.69 - สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เผยผลสํารวจความคิดเห็นของคนกรุงเทพมหานครที่มีสิทธิเลือกตั้ง หัวข้อ “การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. คนที่ 18 (ครั้งที่ 2)” พบภาพรวมเสียงสะท้อนคนเมืองหลวงเทคะแนนนิยมให้ "ชัชชาติ สิทธิพันธุ์" นําลิ่วในกลุ่มเก้าอี้ผู้บริหาร ขณะที่สนามสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) "พรรคประชาชน" ครองแชมป์ความนิยมสูงสุด
การสํารวจดังกล่าวจัดทําขึ้นระหว่างวันที่ 19-22 พฤษภาคม 2569 ครอบคลุมกลุ่มตัวอย่างจํานวน 1,179 คน โดยผลลัพธ์สะท้อนดัชนีชี้วัดความคาดหวังและพฤติกรรมการตัดสินใจทางการเมืองท้องถิ่นของคนเมืองใหญ่ในปัจจุบัน
เมื่อเจาะลึกถึงคุณลักษณะของผู้ว่าฯ กทม. ที่ประชาชนต้องการมากที่สุดท่ามกลางสถานการณ์ปัจจุบัน ผลสํารวจระบุว่า ร้อยละ 36.39 ต้องการผู้สมัครที่มีประสบการณ์และพร้อมเริ่มงานได้ทันที ส่งผลให้คะแนนนิยมรายบุคคลของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ นําโด่งมาเป็นอันดับหนึ่งถึงร้อยละ 57.68 ในฐานะผู้สมัครที่ประชาชนอยากให้สืบทอดตําแหน่งผู้ว่าฯ กทม. คนต่อไป
ทางด้าน ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ได้วิเคราะห์ถึงปรากฏการณ์นี้ว่า คะแนนนิยมของนายชัชชาติยังคงรักษากระแสขยับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครจากพรรคประชาชนมีกระแสแผ่วลงเล็กน้อย สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตกรุงเทพฯ เวลานี้ต้องการเห็นผลลัพธ์เชิงปฏิบัติการที่จับต้องได้จริง จึงเลือกเทใจให้กับผู้ที่มีประสบการณ์ในโครงสร้างงานเมืองมากกว่ากระแสคนรุ่นใหม่
สําหรับผลสํารวจในส่วนของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ซึ่งทําหน้าที่ตรวจสอบและพัฒนาระดับเขต พบว่าประชาชนตอบว่าจะเลือกผู้สมัครจาก พรรคประชาชน สูงสุดเป็นอันดับหนึ่ง คิดเป็นร้อยละ 35.20 โดยประชาชนร้อยละ 78.03 มองภาพรวมเชิงบวกว่า หลังจากได้ทีมผู้บริหารและผู้ว่าฯ กทม. ชุดใหม่เข้ามาทําหน้าที่แล้ว ทิศทางการพัฒนาเมืองของกรุงเทพฯ น่าจะปรับตัวดีขึ้น
ผู้ช่วยศาสตราจารย์มนตรี พานิชยานุวัฒน์ หัวหน้าศูนย์พัฒนาเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการด้านกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ให้ความเห็นต่อประเด็นนี้ว่า ผลโพลแสดงให้เห็นว่าคนกรุงเทพฯ ในปี 2569 ให้ความสําคัญกับ “ประสิทธิภาพในการบริหาร” เหนือกระแสขับเคลื่อนทางการเมือง ตัวเลขร้อยละ 57.68 ของนายชัชชาติ ยืนยันถึงความเชื่อมั่นต่อภาพลักษณ์การทํางานเชิงรุกที่เข้าถึงประชาชน
ขณะเดียวกัน การเลือกเทคะแนน ส.ก. ให้กับพรรคประชาชน แสดงถึงแนวโน้มของคนเมืองที่ยังคงรักษาสมดุลทางการเมือง โดยต้องการเห็นการเมืองแนวใหม่ที่มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ผ่านกลไกสภาท้องถิ่น
ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยระบุทิ้งท้ายว่า ท่ามกลางตัวเลขคะแนนนิยมที่ปรากฏ ยังมีกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งอีกไม่น้อยที่ยังไม่ได้ตัดสินใจเลือกผู้สมัครคนใดเด็ดขาด ซึ่งสะท้อนว่าฐานเสียงในเขตกรุงเทพฯ ยังมีความผันผวนสูง และสามารถเปลี่ยนแปลงพลิกผันได้ตลอดเวลาในช่วงโค้งสุดท้ายของการเดินหน้าหาเสียงของแต่ละพรรคการเมือง




