กกร. ส่งสัญญาณอันตราย! วิกฤตขาดแคลนแรงงานฉุดเศรษฐกิจไทย จี้รัฐเร่งปลดล็อกก่อนธุรกิจชะงัก เสนอ 5 มาตรการด่วน แก้ระบบ e-Work Permit ล่าช้า พร้อมหนุนนําเข้าแรงงานจากประเทศใหม่ บังคลาเทศ-อินโดฯ

นายวิบูลย์ สุภัครพงษ์กุล รองประธานกรรมการ หอการค้าไทยและประธานคณะกรรมการแรงงานและพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้ภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจไทยกําลังเผชิญกับ “วิกฤตโครงสร้างแรงงาน” อย่างหนัก จากสภาวะกําลังแรงงานในประเทศที่หดตัวลงอย่างชัดเจน ผสมโรงกับข้อจํากัดในการนําเข้าแรงงานต่างด้าวที่ยังติดขัด ส่งผลให้เกิดการขาดแคลนแรงงานในทุกระดับ ตั้งแต่แรงงานไร้ฝีมือไปจนถึงระดับมีทักษะ

จากการร้องเรียนของผู้ประกอบการผ่านคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) พบว่าภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบสูงสุดคือ ภาคก่อสร้าง ภาคการผลิต ภาคเกษตรและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง รวมถึงภาคบริการ ซึ่งล้วนเป็นฟันเฟืองหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างพื้นฐานของรัฐในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ที่อาจต้องสะดุดหากยังขาดแคลนกําลังคน

เพื่อให้เศรษฐกิจไทยเดินหน้าต่อได้ กกร. จึงเสนอ 5 แนวทางเร่งด่วนให้รัฐบาลพิจารณา ดังนี้:

1.ต่ออายุใบอนุญาต: เร่งต่ออายุแรงงานทุกสัญชาติที่อยู่ในไทย พร้อมตรวจสอบประวัติความมั่นคงให้ชัดเจน

2.ลดขั้นตอน-ค่าใช้จ่าย: ปรับปรุงกระบวนการนําเข้าและขึ้นทะเบียนให้รวดเร็วและประหยัดขึ้นสําหรับนายจ้างที่มีตัวตนจริง

3.ผ่าตัดระบบ e-Work Permit: แก้ไขปัญหาทางเทคนิคที่ทําให้การต่ออายุไม่ทันเวลา และเชื่อมโยงฐานข้อมูลกับ ตม. ประกันสังคม และสาธารณสุขให้เป็นระบบเดียว

4.เพิ่มแหล่งนําเข้าแรงงาน: ขยายความร่วมมือ MOU ไปยังประเทศใหม่ๆ เช่น ศรีลังกา บังคลาเทศ และอินโดนีเซีย เพื่อแก้ปัญหาการพึ่งพาเพียงไม่กี่ประเทศ

5.วางแผนระยะยาว: จัดการระบบแรงงานต่างด้าวอย่างเป็นระบบเพื่อรองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจในอนาคต

กกร. ย้ําว่าหากรัฐบาลไม่เร่งดําเนินการปลดล็อกข้อจํากัดเหล่านี้ ศักยภาพในการแข่งขันของภาคธุรกิจไทยจะลดลงอย่างน่ากังวล และอาจส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศ