กรมพัฒนาธุรกิจการค้า รับลูกนายกฯ อนุทิน สนธิกําลังตํารวจเปิดปฏิบัติการทลาย "นอมินีต่างชาติ" หลังสืบพบพฤติกรรมใช้คนไทยถือหุ้นแทนโยง 5 หมื่นราย

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมฯ ได้รับนโยบายเร่งด่วนจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้บูรณาการร่วมกับสํานักงานตํารวจแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปิดปฏิบัติการกวาดล้างธุรกิจนอมินี (Nominee) หรือการใช้ตัวแทนคนไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าวในแหล่งท่องเที่ยวสําคัญทั่วประเทศ หลังจากการตรวจสอบระบบพบบริษัทที่มีพฤติการณ์เชื่อมโยงเข้าข่ายกลุ่มเสี่ยงมากกว่า 50,000 ราย

การยกระดับมาตรการครั้งนี้ สืบเนื่องจากการลงพื้นที่ตรวจสอบเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ร่วมกับคณะนายกรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ตํารวจ ซึ่งพบการกระจายตัวของกลุ่มทุนต่างชาติที่ใช้คนไทยเป็นฉากหน้าในลักษณะนอมินีจํานวนมาก ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่เกาะพะงัน สมุย ภูเก็ต พัทยา และหัวหิน โดยพฤติกรรมเด่นชัดคือ คนต่างด้าวถือหุ้นในสัดส่วนสูงสุดและมีอํานาจบริหารจัดการเบ็ดเสร็จ หรือพบชื่อคนไทยคนเดียวถือหุ้นซ้ําซ้อนในหลายบริษัทอย่างผิดปกติ

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ย้ําว่า การกระทําดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 อย่างชัดเจน มีโทษโทษจําคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 300,000 ถึง 1,000,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ซึ่งหลังจากนี้จะประสานงานเพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินในเชิงลึกอย่างเด็ดขาด

นอกจากนี้ กรมฯ ได้ยกระดับมาตรการสกัดกั้นตั้งแต่ต้นทาง โดยออกคําสั่งให้นิติบุคคลในกลุ่มเสี่ยงต้องแสดงเอกสารหลักฐานทางการเงินที่พิสูจน์การลงทุนจริงของผู้ถือหุ้นฝ่ายไทย พร้อมลงนามยืนยันสถานะห้ามเป็นนอมินี ซึ่งมาตรการนี้ส่งผลให้จํานวนการจดทะเบียนของธุรกิจที่เข้าข่ายกลุ่มเสี่ยงลดลงทันทีถึง 75% ทั้งนี้ ยืนยันว่าการกวาดล้างดังกล่าวทําเพื่อสร้างความเป็นธรรมในระบบเศรษฐกิจและปกป้องอาชีพของคนไทย โดยไม่ได้กระทบต่อนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาประกอบธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย