นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาสที่ 1 ของปี 2569 พบว่าขยายตัวที่ 2.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และหากปรับผลของฤดูกาลแล้ว เศรษฐกิจไทยเติบโต 0.7% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหนุนสําคัญมาจากการลงทุนและการส่งออกที่ขยายตัวในเกณฑ์ดี พร้อมกันนี้ สภาพัฒน์ยังคงประมาณการตัวเลขจีดีพีทั้งปี 2569 ไว้ที่ 1.5–2.5% โดยมีค่ากลางเป้าหมายอยู่ที่ 2.0%

ปัจจัยขับเคลื่อนหลักในไตรมาสแรกมาจากการลงทุนรวม โดยเฉพาะภาคเอกชนที่ขยายตัวสูงถึง 10.1% ขณะที่มูลค่าการส่งออกสินค้าเติบโต 12.6% ส่งผลให้ภาคการผลิตและการใช้จ่ายในประเทศยังคงรักษาเสถียรภาพการเติบโตไว้ได้ อย่างไรก็ตาม สภาพัฒน์ได้ปรับลดสมมติฐานเศรษฐกิจโลกปีนี้ลงเหลือ 2.9% จากเดิมคาดการณ์ไว้ที่ 3.0% เพื่อสะท้อนผลกระทบจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อ ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยคาดว่าจะอยู่ที่ 2.0–3.0% (ค่ากลาง 2.5%) ซึ่งเป็นการปรับขึ้นจากเดิมที่เคยคาดการณ์ว่าจะติดลบ

สําหรับประมาณการองค์ประกอบเศรษฐกิจในปี 2569 สศช. คาดว่า การบริโภคภาคเอกชนจะขยายตัว 2.4% การลงทุนภาคเอกชนโต 1.2% ขณะที่การลงทุนภาครัฐจะเร่งตัวขึ้นมาอยู่ที่ 3.7% ด้านมูลค่าการส่งออกทั้งปีคาดโต 9.6% นําเข้าโต 14.2% และดุลบัญชีเดินสะพัดจะยังคงเกินดุลอยู่ที่ 1.0% ของจีดีพี (ลดลงจากคาดการณ์เดิมที่ 2.4%)

ทั้งนี้ การประเมินดังกล่าวได้คํานวณผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง และรวมแรงส่งทางเศรษฐกิจจาก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ที่รัฐบาลนํามาใช้พยุงค่าครองชีพประชาชนและลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเปลี่ยนผ่านพลังงานแล้ว อย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมไตรมาสแรกเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ดี แต่มีข้อพึงระวังสําคัญคือ ดุลการค้าของประเทศพลิกกลับมาขาดดุลเป็นครั้งแรกในรอบไตรมาสนี้ ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป