เปิด 6 เหตุผลภาคเอกชนจ่ายใต้โต๊ะ! "ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล" หวด "นายกฯ อนุทิน" ปมมองดัชนีทุจริตเป็นแค่เรื่องความรู้สึก แนะเลิกอุ้มส่วนราชการแล้วเปลี่ยนระบบติดต่อเป็นออนไลน์

วันที่ 18 พ.ค.69 - นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กวิพากษ์วิจารณ์จุดยืนของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กรณีการตอบคําถามสื่อมวลชนเกี่ยวกับผลสํารวจของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งมีกระแสข่าวว่าบางหน่วยงานรัฐเตรียมฟ้องกลับภาคเอกชนหากไม่มีหลักฐาน โดยนายอนุทินระบุว่าเป็นเรื่องของความรู้สึกและเป็นตราบาปจากอดีตที่รัฐบาลปัจจุบันต้องตามแก้

นายธีระชัย ได้แสดงข้อคิดเห็นและข้อวิจารณ์ต่อท่าทีของผู้นํารัฐบาลอย่างตรงไปตรงมาใน 3 ประเด็นหลัก ว่า นายกรัฐมนตรีมีหน้าที่โดยตรงในการป้องปรามการทุจริต ดังนั้นจึงไม่ควรแสดงท่าทีสนับสนุนให้หน่วยงานราชการฟ้องกลับผู้วิพากษ์วิจารณ์ (เว้นแต่มีการระบุชื่อบุคคลให้เสียหาย) แต่ควรสั่งการให้ข้าราชการเน้นหาทางปรับปรุงองค์กรตนเองแทน 

การที่นายกรัฐมนตรีระบุว่าไม่อยากให้ฉายภาพย้ําเพื่อ "เสริมตราบาป" ถือเป็นวิธีคิดที่ไม่ถูกต้องสําหรับผู้นําสูงสุด ฝ่ายบริหารควรแสดงความยินดีที่มีการสํารวจและยกปัญหานี้ขึ้นมาส่องสว่าง เพื่อใช้เป็นโอกาสในการเร่งรัดการปราบปรามทุจริต ไม่ใช่พยายามปกป้องส่วนราชการ

จากผลสํารวจของภาคเอกชนที่ระบุถึง 6 สาเหตุหลักของการจ่ายเงินใต้โต๊ะ ได้แก่ (1) ขั้นตอนซับซ้อนและกฎหมายเปิดช่องให้ใช้ดุลพินิจ (2) เพื่อแก้ปัญหาการทําผิดระเบียบ (3) เพื่อความรวดเร็วเนื่องจากงานล่าช้า (4) เพื่อตัดหน้าคู่แข่ง (5) ถูกเจ้าหน้าที่บีบบังคับประวิงเวลา และ (6) เป็นธรรมเนียมปฏิบัติ

นายธีระชัย ระบุเสริมว่า ตัวเลขและเหตุผลจากภาคเอกชนเหล่านี้คือข้อมูลสําคัญที่คนระดับนายกรัฐมนตรีควรคว้าไว้ทันที โดยเสนอแนวทางแก้ไขที่รัฐบาลควรทําแทนการตอบโต้โพล เช่น การสั่งตัดลดระเบียบที่เอื้อให้ข้าราชการใช้ดุลพินิจส่วนตัว แล้วเปลี่ยนระบบการติดต่อราชการและการยื่นคําขอทั้งหมดให้อยู่บนแพลตฟอร์มออนไลน์ 100% เพื่อความโปร่งใสและเสมอภาค

นอกจากนี้ ควรกําหนดกรอบเวลาการพิจารณาคําขอให้ชัดเจน (เช่น ต้องเสร็จสิ้นใน 45 วัน) และให้ทุกหน่วยงานสรุปสถิติจํานวนคําขอที่อนุมัติหรือปฏิเสธขึ้นแสดงบนเว็บไซต์ในทุกสิ้นเดือน พร้อมทั้งเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีแสดงท่าทีรังเกียจการคอร์รัปชันอย่างจริงจังและน่าเชื่อถือมากกว่าที่เป็นอยู่