สี จิ้นผิง ดักคอ ทรัมป์ เตือนอย่าแตะต้องปมไต้หวัน อาจผลักสหรัฐ-จีนสู่ความขัดแย้ง

สํานักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน กล่าวระหว่างการหารือทวิภาคีกัน ณ มหาศาลาประชาชน ซึ่งผู้นําจีนได้เตือน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ด้วยท่าทีที่ตรงไปตรงมาว่า ประเด็นไต้หวันอาจผลักดันความสัมพันธ์สองประเทศเข้าสู่ "ความขัดแย้ง"

สื่อของรัฐบาลจีนได้ออกมารายงานถ้อยคําแถลงของ สี จิ้นผิง ที่ได้กล่าวว่า ประเด็นไต้หวันคือเรื่องสําคัญที่สุดในความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ และหากจัดการผิดพลาด "ทั้งสองประเทศอาจเผชิญการปะทะ หรือแม้แต่ความขัดแย้งเต็มรูปแบบ" ซึ่งจะผลักดันความสัมพันธ์ไปสู่สถานการณ์ที่อันตรายอย่างยิ่ง พร้อมตั้งคําถามถึงสหรัฐฯ ว่าจะสามารถก้าวข้าม กับดักธูซิดิดีส หรือ ความเสี่ยงที่มหาอํานาจเดิมจะทําสงครามกับมหาอํานาจใหม่ เพื่อสร้างรูปแบบความสัมพันธ์ที่เท่าเทียมได้หรือไม่

ขณะที่ผู้นําจีนใช้ท่าทีที่จริงจัง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เริ่มต้นด้วยการชื่นชม โดยเรียก สี จิ้นผิงว่าเป็น "ผู้นําที่ยิ่งใหญ่" และ "มิตร" พร้อมคาดการณ์ว่าทั้งสองประเทศจะมีอนาคตที่มหัศจรรย์ร่วมกัน ซึ่งความชื่นชมนี้ขัดแย้งกับสถานการณ์จริงที่ทั้งสองประเทศติดหล่มในสงครามการค้ามาตลอดปี 2025

อีกทั้งยังมีประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ อาทิเช่น สงครามในอิหร่าน ซึ่งเรื่องนี้ ทรัมป์ เตรียมหารือกับจีนเรื่องการคว่ําบาตรน้ํามันอิหร่าน แม้เขาจะยืนยันว่าสหรัฐฯ ไม่ต้องการความช่วยเหลือจากจีนในเรื่องนี้ก็ตาม

ขณะที่ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ หวังให้จีนมีบทบาทเชิงรุกในการระงับความขัดแย้งในอ่าวเปอร์เซีย

นอกจากนั้น ทรัมป์ ยังพยายามผลักดันข้อตกลงการค้าด้านเกษตรกรรมและเครื่องบิน โดยมี อีลอน มัสก์ และ เจนเซน หวง ร่วมเดินทางไปจีนในครั้งนี้ด้วย

นอกจากนี้ยังต้องลุ้นว่าจะมีการขยายเวลา "พักรบ" ทางภาษีที่เคยตกลงกันไว้เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้วหรือไม่?

ภาพ ---- AP