รมว.ต่างประเทศ ชี้กรณีกัมพูชาอยากใช้ UNCLOS เจรจากับไทย ทุกกลไกควรเริ่มจาก “การพูดคุย 2 ฝ่าย” ก่อน พร้อมย้ําการประนีประนอมไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย
วันที่ 15 พ.ค.69 - ความเคลื่อนไหวประเด็นความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ยังคงถูกจับตาอย่างใกล้ชิด หลังสมเด็จ ฮุน เซน ออกมาระบุในทํานองว่า กัมพูชาอาจไม่ใช้แนวทางเจรจาทวิภาคีกับไทย แต่ต้องการใช้กลไกของ UNCLOS หรืออนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.1982 ที่มีตัวกลางเข้ามาดําเนินการแทน
ล่าสุด นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ที่กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย โดยระบุว่า ไทยมองว่าทุกกรอบการหารือควรเริ่มต้นจาก “การพูดคุยกันก่อน” ไม่ว่าจะเป็นการประนีประนอมแบบสมัครใจหรือแบบภาคบังคับภายใต้ UNCLOS ก็ตาม
รัฐมนตรีต่างประเทศอธิบายว่า กลไกของ UNCLOS มีทั้งแนวทางการประนีประนอมแบบสมัครใจและแบบบังคับ แต่ผลการประนีประนอมดังกล่าวไม่ได้มีผลผูกพันทางกฎหมาย เป็นเพียงแนวทางร่วมในการแก้ไขปัญหาระหว่างสองประเทศ พร้อมย้ําว่า เช่นเดียวกับกรณี MOU 44 ทุกอย่างต้องเริ่มจากการเจรจา หากไม่สามารถหาข้อยุติร่วมกันได้ จึงค่อยพิจารณากลไกอื่นเข้ามาสนับสนุน
นอกจากนี้ ยังมีรายงานข่าวเกี่ยวกับการตั้ง พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา อดีตเลขาธิการ สมช. เป็นประธานคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา หรือ JBC ฝ่ายไทย ซึ่งนายสีหศักดิ์มองว่า เป็นบุคคลที่มีความรู้เรื่องประเทศเพื่อนบ้านและมีประสบการณ์ด้านความมั่นคง เหมาะสมกับบทบาทดังกล่าว
ประเด็นนี้ถูกมองว่าเป็นอีกหนึ่งสัญญาณสําคัญของความพยายามรักษาสมดุลความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชา ท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และข้อพิพาททางทะเลที่ยังละเอียดอ่อนในภูมิภาค




