ผู้การนครปฐม นําทีมสืบสวนแถลงผลจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ (ตูน ท่าตําหนัก) พร้อมยาบ้ากว่า 2 แสนเม็ด ยาไอซ์น้ําหนักรวม 73 กิโลกรัม เคตามิน 2.4 กรัม

พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผู้บังคับการตํารวจภูธรจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย พ.ต.อ.พงษ์สวัสดิ์ คําปาเชื้อ รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.พัฒพงศ์ คนแรง รอง ผบก.กค.ภ.7 ปฏิบัติราชการ รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.ปิโยรส กัณหะสิริ ผกก.สส.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.อชิรวัตติ์ ถาวรเจริญวัฒน์ ผกก.สภ.เมืองนครปฐม

พ.ต.อ.ไพรัตน์ รอดทอง ผกก.(สอบสวน)กลุ่มงานสอบสวน ฯ พ.ต.อ.ธนบดี บุญพา นวท.(สบ4)กลุ่มงานตรวจสถานที่เกิดเหตุ ศพฐ.7 พ.ต.ท.อิสรภาพ แก้วชลคราม รอง ผกก.ป.สภ.นครชัยศรี พ.ต.ท.ณรงค์ แก้วศรี รอง ผกก.สืบสวน ภ.จว.นครปฐม พ.ต.ท.ฤทธิชัยปกรณ์ ดํารงอิทธิสกุล รอง ผกก.สส.สภ.เมืองนครปฐม พ.ต.ท.อภิชัช อาระหัง สวป.สภ.เมืองนครปฐม และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

ร่วมกันแถลงผลการจับกุม นายฐิติวุฒิ หรือ “ตูน ท่าตําหนัก” อายุ 30 ปี พร้อมของกลางยาเสพติดจํานวนมาก ประกอบด้วย ยาบ้า 299,800 เม็ด, ยาไอซ์ 73 กิโลกรัม และเคตามีน 2.4 กรัม

หลังรับแจ้งจากสายลับว่านายตูนมีพฤติการณ์ลักลอบเก็บและจําหน่ายยาเสพติด จึงเฝ้าติดตามจนพบตัวที่บ้านเช่าใน ต.นครปฐม เมื่อเข้าตรวจค้นพบเคตามีนซุกซ่อนในหัวเตียง ก่อนจะขยายผลไปยังบ้านเช่าอีกหลังในพื้นที่ ม.4 ต.ท่าตําหนัก อ.นครชัยศรี ซึ่งใช้เป็น “แหล่งพักยา” จนพบยาบ้าและยาไอซ์บิ๊กล็อตซุกซ่อนอยู่ภายใน

นายตูนสารภาพว่า มีอาชีพขับรถสิบล้อ แต่ได้รับการว่าจ้างจากชายที่ชื่อ “กุ๊ก” ให้คอยรับยามาพักไว้และกระจายส่งต่อตามจุดที่นัดหมาย ได้ค่าจ้างครั้งละ 30,000 – 50,000 บาท ทํามาแล้วประมาณ 10 ครั้ง ส่วนเคตามีนมีไว้เพื่อเสพเอง

พล.ต.ต.พิทักษ์ ระบุว่านครปฐมเป็นพื้นที่รอยต่อสําคัญในการลําเลียงยาเสพติดลงสู่ภาคใต้ จึงสั่งการให้เอ็กซ์เรย์พื้นที่บ้านเช่าและโกดังอย่างเข้มงวด พร้อมฝากเตือนเจ้าของกิจการห้องเช่าให้หมั่นตรวจสอบผู้เช่า เพื่อป้องกันไม่ให้มิจฉาชีพใช้เป็นแหล่งมั่วสุมหรือพักยาเสพติด หลังจากนี้นําตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครปฐม เพื่อดําเนินคดีและขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการต่อไป