นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม นําพ่อแม่และนักเรียนชั้น ป.5 จากโรงเรียนเอกชนชื่อดังในจังหวัดชลบุรี เดินทางเข้าร้องขอความเป็นธรรมต่อกระทรวงศึกษาธิการ หลังเด็กถูกเพื่อนกลั่นแกล้งจนได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่คดีกลับไม่คืบหน้าและไร้การเยียวยา

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา โดยเด็กนักเรียนชั้น ป.5 ถูกเพื่อนในโรงเรียนกลั่นแกล้งจนได้รับบาดเจ็บรุนแรงที่ แขนซ้ายส่งผลให้ต้องเข้ารับการผ่าตัดดามเหล็ก และมีค่าใช้จ่ายในการรักษาสูงเกือบ200,000 บาท
โรงเรียนอ้างว่าเป็นแค่เรื่องเด็กเล่นกัน ทั้งที่ลูกเราเจ็บหนักขนาดนี้ แม่เด็กกล่าวด้วยความอัดอั้น

ผู้ปกครองเปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจว่า แม้จะเป็นโรงเรียนที่มีค่าเทอมสูงถึงปีละ 2 แสนบาท แต่ทางโรงเรียนกลับแจ้งว่า ไม่มีกล้องวงจรปิดในจุดเกิดเหตุ อีกทั้งที่ผ่านมาทางโรงเรียนไม่เคยเชิญฝ่ายคู่กรณีมาพูดคุยเพื่อหาข้อยุติหรือแสดงความรับผิดชอบ มีเพียงเงินจากประกันอุบัติเหตุของโรงเรียนจํานวน 10,000 บาท เท่านั้นที่จ่ายมา ซึ่งไม่ครอบคลุมกับค่ารักษาที่เสียไปจริง

สรุปประเด็นหลักที่ผู้ปกครองร้องเรียน
 1. โรงเรียนไม่มีกล้องวงจรปิดในจุดเสี่ยง
 2. ไร้การเหลียวแลและการเยียวยาจากคู่กรณีและสถานศึกษา
 3. เด็กต้องลาออกจากโรงเรียนเดิมเพราะหวาดกลัวและรู้สึกไม่ปลอดภัย

ด้านนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ระบุว่า ปัญหาการบูลลี่และการใช้ความรุนแรงในโรงเรียนเป็นเรื่องเรื้อรังที่เกิดขึ้นซ้ําซาก สิ่งที่ยอมรับไม่ได้คือการที่ ผู้ถูกกระทํามักจะเป็นฝ่ายที่ต้องลาออกไปเองเพราะทนแรงกดดันไม่ไหว ขณะที่โรงเรียนมักใช้อํานาจที่เหนือกว่าปกปิดความบกพร่องของตนเอง จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการมีมาตรการขั้นเด็ดขาดจัดการกับโรงเรียนลักษณะนี้

ล่าสุด นายมณฑล ภาคสุวรรณ์เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) เป็นตัวแทนรับเรื่องร้องเรียน พร้อมยืนยันว่าจะเร่งประสานไปยังโรงเรียนที่เกิดเหตุเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด และจะหาทางออกที่เป็นธรรมให้กับครอบครัวผู้เสียหายภายใน 2 สัปดาห์