พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ํา โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีคดีน้ํามันล่องหนปริมาณกว่า 57–60 ล้านลิตร ระหว่างการขนส่งในน่านน้ําไทย ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างมหาศาล ล่าสุดจากการขยายผลพบจํานวนบริษัทที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้นจาก 8 บริษัท เป็น 9 บริษัท เนื่องจากมี 1 บริษัทชี้แจงว่าเป็นเพียงผู้ให้เช่าเรือ ทําให้เจ้าหน้าที่ต้องเชิญบริษัทผู้ใช้เรือตัวจริงเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติม
ปัจจุบันสอบสวนกรรมการและพยานไปแล้ว 7 บริษัท อีก 2 บริษัท ที่ต้องเข้าให้ข้อมูล ซึ่งทาง DSI กําหนดเส้นตายให้ดําเนินการสอบสวนพยานหลักฐานเบื้องต้นให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 เมษายน 2569 นี้
คดีนี้เริ่มต้นจากการตรวจพบความผิดปกติในการขนส่งน้ํามันทางเรือรวม 20 เที่ยว โดยใช้เรือ 12 ลํา รับน้ํามันจากโรงกลั่นภาคตะวันออกมุ่งหน้าสู่คลังจังหวัดสุราษฎร์ธานี แต่ปรากฏว่าน้ํามันหายไประหว่างทาง โดยพนักงานสอบสวนพบข้อพิรุธดังนี้:
-
ปิดระบบ GPS: พบการปิดสัญญาณติดตามเรือ (GPS) ถึง 10 เที่ยวเรืออย่างมีเงื่อนงํา
-
จอดเรือกลางทะเล: มีพฤติการณ์จอดเรือในจุดที่ไม่ใช่เส้นทางเดินเรือปกติ ซึ่งคาดว่าอาจมีการลักลอบถ่ายน้ํามันกลางทะเล
-
ประวิงเวลาเดินเรือ: พบการชะลอการส่งน้ํามันในทั้ง 20 เที่ยวเรือ เพื่อให้ตรงกับช่วงเวลาก่อนมีการ ปรับลดอัตราชดเชยน้ํามัน 6 บาทต่อลิตร ซึ่งอาจเป็นแรงจูงใจในการหาประโยชน์โดยมิชอบ
โฆษก DSI ระบุว่า ขณะนี้มุ่งตรวจสอบโครงสร้างธุรกิจและสัญญาจ้างอย่างละเอียด โดยเฉพาะ ใบกํากับการขนส่งน้ํามัน 166 ฉบับ จากผู้ค้าน้ํามัน 6 ราย ที่กรมธุรกิจพลังงานส่งมอบมาให้เนื่องจากพบความผิดปกติ หากผลการตรวจสอบพยานหลักฐานทั้งหมดเข้าข่ายหลักเกณฑ์คดีพิเศษ DSI จะดําเนินการรับเป็นคดีพิเศษและขยายผลเอาผิดกลุ่มขบวนการนี้อย่างถึงที่สุดต่อไป




