สุริยะ กางแผนชู 4 ยุทธศาสตร์รับมือซูเปอร์เอลนีโญ สั่งกรมชลฯ-ฝนหลวง ระดมกําลังช่วยเกษตรกร

27 เมษายน 2569 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงมาตรการเชิงรุกในการรับมือปรากฏการณ์ “ซูเปอร์เอลนีโญ” (Super El Niño) ที่ส่งผลกระทบให้สภาพอากาศร้อนจัดและปริมาณฝนน้อยกว่าปกติ และอาจสร้างความเสียหายต่อพื้นที่เกษตรกรรมเป็นวงกว้างในปีนี้ว่าล่าสุดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เตรียมมาตรการเชิงรุก เน้นชู 4 ยุทธศาสตร์ “กักเก็บ-เติมน้ํา-ปรับเปลี่ยน-เฝ้าระวัง” เพื่อให้เกษตรกรได้รับผลกระทบน้อยที่สุด โดยได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดดําเนินงานตามยุทธศาสตร์เร่งด่วน ดังนี้

1. บริหารจัดการน้ําแบบหยดสุดท้าย (Water Management) มอบหมายให้กรมชลประทานบริหารจัดการน้ําในเขื่อนหลักอย่างเคร่งครัด โดยเน้นน้ําเพื่อการอุปโภคบริโภคเป็นอันดับแรก และวางแผนกระจายน้ําเข้าสู่ระบบคลองส่งน้ําให้ทั่วถึงพื้นที่เกษตรกรรมที่กําลังรอการเก็บเกี่ยว

2. ปฏิบัติการฝนหลวงล่าความชื้น (Rainmaking) มอบหมายให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ตั้งหน่วยปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็วในพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งซ้ําซาก เพื่อปฏิบัติการเติมน้ําในอ่างเก็บน้ําและสร้างความชุ่มชื้นให้ป่าไม้และพื้นที่ไร่นาโดยทันทีเมื่อสภาพอากาศเอื้ออํานวย

3. ส่งเสริมเกษตรมูลค่าสูง ใช้น้ําน้อย (Crop Substitution) รณรงค์ให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนมาเป็นการปลูกพืชระยะสั้นที่ใช้น้ําน้อยและมีตลาดรองรับ เพื่อลดความเสี่ยงจากการยืนต้นตายของพืชผล

4. วางระบบเตือนภัยและการเยียวยา (Early Warning & Relief) โดยศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร

ขณะที่ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า แผนการดําเนินการดังกล่าวขณะนี้ทุกหน่วยงานได้เตรียมความพร้อมปฏิบัติไแ้ท้นทีโดยเบื้องต้นได้จัดตั้งคณะทํางานเฉพาะกิจเพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่อาจทําให้เกิดภาวะฝนทิ้งช่วงและภัยแล้ง พร้อมเดินหน้าประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรเตรียมรับมือ พร้อมกับ ยกระดับการมีส่วนร่วมของอาสาสมัครของหน่วยงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ร่วมเป็นกลไกในดําเนินการและประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรเตรียมความพร้อมในการดูแลพืชผลทางการเกษตร และเตรียมเคลื่อนย้ายปศุสัตว์หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินและเร่งด่วน รวมถึงการให้บริการแบบ One Stop Service ผ่านแอพพลิเคชั่น “ศูนย์บริการเกษตรพิรุณราช” (Pirunraj Agricultural Service Center) อีกช่องทางหนึ่ง

นายวิณะโรจน์ กล่าวว่า นอกจากนี่ยังได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการข้อมูลสภาพอากาศและปริมาณน้ําร่วมกับหน่วยงานด้านอุตุนิยมวิทยาและชลประทาน เพื่อวางแผนบริหารจัดการน้ําอย่างมีประสิทธิภาพในช่วงเอลนีโญ พร้อมจัดทีมแนะนําเกษตรกรปรับเปลี่ยนแผนการเพาะปลูกให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ลดความเสี่ยงจากผลผลิตเสียหาย รวมถึงเตรียมมาตรการช่วยเหลือในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างทันท่วงที เพื่อประคับประคองรายได้และความเป็นอยู่ของเกษตรกรให้ผ่านพ้นวิกฤตที่อาจเกิดขึ้นจากปรากฏการณ์ “ซูเปอร์เอลนีโญ” ไปได้