กองทัพเรือย้ําความพร้อมในการดูแลอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภายหลังมติ สมช. ยกเลิก MOU44 เดินหน้า UNCLOS

พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่าตามที่สภาความมั่นคงแห่งชาติในวันนี้ มีมติให้ยกเลิกบันทึกความเข้าใจ MOU 2544 และให้ใช้กลไกของกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล เป็นกรอบในการดําเนินการแทนนั้น กองทัพเรือพร้อมปฏิบัติทันทีตามนโยบายที่ได้รับมอบหมาย และขอเรียนให้ทราบว่า บันทึกความเข้าใจหรือ MOU ที่เกี่ยวข้องเป็นเพียง “กลไกหรือกรอบในการเจรจาระหว่างรัฐ” มิใช่ข้อจํากัดต่อการปฏิบัติหน้าที่ด้านความมั่นคงทางทะเลแต่อย่างใด ไม่ว่ากรอบดังกล่าวจะมีอยู่ ปรับเปลี่ยน หรือสิ้นสุดลง กองทัพเรือยังคงดําเนินภารกิจในการปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติทางทะเลอย่างเต็มขีดความสามารถ โดยไม่ลดระดับความเข้มข้นของการปฏิบัติการ

กองทัพเรือได้ดํารงความพร้อมของกําลังรบทางเรือ การลาดตระเวน และการเฝ้าระวังในพื้นที่ทางทะเลที่มีความสําคัญเชิงยุทธศาสตร์อย่างต่อเนื่อง โดยการปฏิบัติการทุกประการตั้งอยู่บนหลักความรอบคอบ เพื่อป้องกันมิให้เกิดสถานการณ์ที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ขณะเดียวกันยังคงยึดมั่นในแนวทางที่ไม่ยั่วยุ แต่พร้อมตอบสนองต่อทุกสถานการณ์ที่อาจกระทบต่ออธิปไตยของชาติอย่างทันท่วงทีและเหมาะสม

ในมิติของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศนั้น กองทัพเรือพร้อมสนับสนุนการดําเนินการของรัฐบาลผ่านกลไกการเจรจาทวิภาคีและหลักกฎหมายระหว่างประเทศ โดยกองทัพเรือพร้อมทําหน้าที่สนับสนุนข้อมูลทางวิชาการ แผนที่ และข้อเท็จจริงเชิงเทคนิคที่ถูกต้อง ครบถ้วน และตรวจสอบได้ เพื่อเสริมสร้างความชัดเจนในการเจรจาและรักษาผลประโยชน์ของประเทศอย่างเป็นธรรม

กองทัพเรือตระหนักถึงความสําคัญของเสถียรภาพในภูมิภาค โดยจะดําเนินการทุกอย่างภายใต้หลักความรับผิดชอบและความระมัดระวังสูงสุด เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดหรือความตึงเครียดที่ไม่จําเป็น แต่ในขณะเดียวกันจะไม่ยอมให้มีการละเมิดอธิปไตยหรือผลประโยชน์ของชาติไม่ว่าในรูปแบบใด และขอให้ประชาชนมั่นใจว่ากองทัพเรือมีความพร้อมทั้งด้านกําลังพล ยุทโธปกรณ์ และแผนปฏิบัติการในการรองรับทุกสถานการณ์อย่างรอบด้าน และขอยืนยันว่าจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่น และบนความรับผิดชอบสูงสุด เพื่อค้ําจุนอธิปไตยของชาติ ควบคู่ไปกับการรักษาเสถียรภาพในภูมิภาคอย่างสมดุล