รัฐบาลเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจ! พาณิชย์ชู 5 ยุทธศาสตร์ลดค่าครองชีพ เพิ่มรายได้ พร้อมโชว์ผลงานครึ่งปีสร้างเม็ดเงินกว่า 73,000 ล้านบาท
กระทรวงพาณิชย์ประกาศเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ด้วย 5 นโยบายสําคัญ เพื่อรับมือสถานการณ์ “วิกฤตซ้อนวิกฤต” ที่เกิดขึ้นพร้อมกันทั้งด้านเศรษฐกิจโลก ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และปัญหาพลังงาน โดยตั้งเป้าลดภาระค่าครองชีพ เพิ่มรายได้ และกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจให้ประชาชนทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง
พร้อมกันนี้ ยังเปิดเผยผลการดําเนินงานในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา (ต.ค. 2568 – มี.ค. 2569) ซึ่งสามารถสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้มากกว่า 73,000 ล้านบาท ผ่านมาตรการเร่งด่วนภายใต้แนวคิด “Quick Big Win” ที่เน้นผลลัพธ์ชัดเจนในระยะสั้น ควบคู่กับการวางรากฐานระยะยาว

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า สถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบันมีความซับซ้อนและเชื่อมโยงหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งในภูมิภาคต่าง ๆ การปรับยุทธศาสตร์ของประเทศมหาอํานาจ รวมถึงวิกฤตพลังงานที่ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งล้วนกระทบต่อศักยภาพการแข่งขันของไทย
ดังนั้น การกําหนดนโยบายจําเป็นต้องมองภาพรวมทั้งระบบ และเชื่อมโยงกับบริบทของประเทศคู่ค้าสําคัญ เช่น จีน สหรัฐฯ ยุโรป และอินเดีย เพื่อให้ไทยสามารถรักษาบทบาทในห่วงโซ่อุปทานโลกได้อย่างมั่นคง
ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ได้ดําเนินโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ มากกว่า 80 รายการ ครอบคลุมทั้งการดูแลราคาสินค้าเกษตร การลดค่าครองชีพ การสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs การขยายการค้า และการเจรจาระหว่างประเทศ ส่งผลให้เกษตรกรกว่า 6 ล้านครัวเรือนได้รับประโยชน์ และผู้ประกอบการอีกกว่า 193,000 รายได้รับการสนับสนุน
ด้านการลดค่าครองชีพ โครงการช่วยเหลือประชาชนสามารถลดภาระได้หลายพันล้านบาท ขณะเดียวกันมาตรการส่งเสริมธุรกิจและการขยายตลาดต่างประเทศ ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง
สําหรับทิศทางในระยะต่อไป กระทรวงพาณิชย์จะเดินหน้า 5 นโยบายหลัก ได้แก่
การดูแลค่าครองชีพควบคู่กับการสร้างรายได้ การยกระดับสินค้าเกษตรทั้งระบบ การเสริมความแข็งแกร่งให้ผู้ประกอบการ SMEs การปรับสมดุลการส่งออกเพื่อลดความเสี่ยงจากตลาดหลัก และการนําเทคโนโลยีดิจิทัล รวมถึง AI มาใช้ในการบริหารจัดการและยกระดับบริการภาครัฐ
นอกจากนี้ ยังเตรียมพัฒนาระบบบริการแบบครบวงจร ลดขั้นตอนทางราชการ และปรับปรุงกฎระเบียบเพื่อเอื้อต่อการลงทุน รวมถึงการใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ในการวิเคราะห์และคาดการณ์เศรษฐกิจล่วงหน้า
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ย้ําว่าจะใช้โอกาสจากวิกฤตครั้งนี้ เป็นจุดเปลี่ยนสําคัญในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย โดยเน้นการทํางานแบบบูรณาการ ใช้ข้อมูลเป็นฐานในการตัดสินใจ และเปิดให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม เพื่อผลักดันเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว




