กองทัพสหรัฐฯ ประกาศเริ่มปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซวันจันทร์นี้ หลังเจรจาสันติภาพล้มเหลว ดันราคาน้ํามันโลกพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
วันที่ 13 เม.ย.69 - สถานการณ์ตะวันออกกลางตึงเครียดขึ้นอีกระลอก หลัง ศูนย์บัญชาการภูมิภาคกลางของกองทัพสหรัฐฯ ประกาศเริ่มมาตรการ “ปิดล้อม” ช่องแคบฮอร์มุซอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่เวลา 10.00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ หรือประมาณ 21.00 น. ของวันเดียวกันตามเวลาในประเทศไทย
มาตรการดังกล่าวจะมีผลกับเรือทุกประเทศที่เข้า-ออกท่าเรือของอิหร่าน ทั้งในอ่าวอาหรับและอ่าวโอมาน อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ระบุว่าจะไม่ขัดขวางเสรีภาพในการเดินเรือของเรือที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับท่าเรือของอิหร่าน
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลัง โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นําสหรัฐฯ สั่งการยกระดับมาตรการดังกล่าว ภายหลังการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ที่กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน ล้มเหลว
ด้าน IRGC ออกแถลงการณ์ตอบโต้ทันที โดยยืนยันว่า ช่องแคบฮอร์มุซยังอยู่ภายใต้การควบคุมอย่างมีประสิทธิภาพ และยังเปิดให้เรือพลเรือนสัญจรผ่านได้ตามปกติ หากปฏิบัติตามกฎระเบียบ
พร้อมกันนี้ อิหร่านยังเตือนว่า หากมีเรือรบของชาติใดพยายามเข้าใกล้พื้นที่โดยไม่มีเหตุผล จะถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง และจะถูกตอบโต้ “อย่างรุนแรงและเด็ดขาด”
ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกทันที โดยราคาน้ํามันดิบในตลาดโลกพุ่งทะลุระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลอีกครั้ง สะท้อนความกังวลของตลาดต่อความเสี่ยงด้านพลังงานและเส้นทางขนส่งน้ํามันที่สําคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
นักวิเคราะห์มองว่า หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย อาจส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อราคาพลังงาน ค่าขนส่ง และค่าครองชีพทั่วโลกในระยะต่อไป




