เตรียมตัวจ่ายเพิ่ม! ญี่ปุ่นจ่อขยับ "ภาษีซาโยนาระ" พุ่ง 3,000 เยน เริ่มกรกฎาคมนี้ ท่ามกลางวิกฤตค่าตั๋วเครื่องบินพุ่งสูงจากเหตุความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
นักท่องเที่ยวที่มีแผนเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นต้องเตรียมรับมือกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้น หลังจากรัฐบาลญี่ปุ่นประกาศเตรียมปรับขึ้นภาษีเดินทางออกนอกประเทศ หรือ "Sayonara Tax" เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า จากเดิม 1,000 เยน เป็น 3,000 เยน โดยจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป มาตรการนี้จะครอบคลุมผู้เดินทางทุกคนที่เดินทางออกจากญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ พลเมืองญี่ปุ่นเอง รวมถึงผู้ที่พํานักด้วยวีซ่าทํางานหรือวีซ่านักเรียน โดยจะยกเว้นเพียงเด็กอายุต่ํากว่า 2 ปี และผู้โดยสารแวะพักเครื่องที่ออกจากประเทศภายใน 24 ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งภาษีดังกล่าวจะถูกจัดเก็บโดยการรวมเข้าไปในราคาตั๋วเครื่องบินหรือตั๋วเรือโดยอัตโนมัติ ทําให้ผู้โดยสารไม่ต้องยุ่งยากกับการจ่ายแยก

การปรับขึ้นภาษีในครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นการซ้ําเติมสถานการณ์การท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่กําลังเผชิญกับภาวะค่าตั๋วเครื่องบินแพง ซึ่งพุ่งสูงขึ้นแล้วประมาณ 15-20% จากผลกระทบของวิกฤตการณ์ในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อเส้นทางบินและต้นทุนน้ํามันโลก โดยรัฐบาลญี่ปุ่นตั้งเป้าว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้นราว 1.3 แสนล้านเยนในปีงบประมาณนี้ จะถูกนําไปใช้จัดการปัญหา "โอเวอร์ทัวริซึม" หรือนักท่องเที่ยวล้นเมือง โดยเฉพาะในพื้นที่ยอดนิยมอย่างเกียวโต รวมถึงการพัฒนาระบบหลายภาษาและการกระจายนักท่องเที่ยวไปยังเมืองรองเพื่อลดความแออัด

อย่างไรก็ตาม เริ่มมีกระแสถกเถียงถึงความเหมาะสมของเวลาในการขึ้นภาษี เนื่องจากปัจจุบันสถานการณ์นักท่องเที่ยวในบางพื้นที่เริ่มเบาบางลง โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลงอย่างมีนัยสําคัญ ส่งผลให้ปัญหาความแออัดเริ่มคลี่คลายในบางจุด นอกจากภาษีขาออกแล้ว นักท่องเที่ยวยังคงมีภาระต้องจ่ายภาษีที่พักเพิ่มเติมในเมืองใหญ่ อาทิ โตเกียว โอซาก้า เกียวโต และฮอกไกโด ซึ่งมีอัตราตั้งแต่ 100-500 เยนต่อคืน โดยต้องชําระโดยตรง ณ โรงแรมที่พัก ซึ่งมาตรการทางการเงินทั้งหมดนี้ล้วนส่งผลให้ต้นทุนในการท่องเที่ยวญี่ปุ่นในครึ่งปีหลังนี้พุ่งสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้