“เอกนัฏ” เตรียมเรียกโรงกลั่นถกรีดกําไรส่วนเกินเข้ากองทุนน้ํามันทันที วันนี้ 7 เม.ย. 69 ลั่นเลิกใช้เลขทิพย์กําหนดเพดานค่าการกลั่น

วานนี้ เวลา 22.05 น.วันที่ 6 เมษายน 2569 ที่ทําเนียบรัฐบาล นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ ว่า วันนี้คณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกําหนดต้นทุนราคาน้ํามันเชื้อเพลิง (คตร.) ที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เป็นประธานได้รายงานผลการประชุมให้ ครม. รับทราบ เรื่องการขอให้โรงกลั่นน้ํามันส่งกําไรส่วนเกินเข้ากองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง โดยนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ตนในฐานะ รมว.พลังงาน ไปดําเนินการต่อ

“วันที่ 7 เม.ย.ในช่วงเช้าที่ผมเข้ากระทรวงจะเรียกโรงกลั่นน้ํามันเข้ามาหารือทันที จากนั้นในช่วงเวลา 13.00 น. ผมจะนําเรื่องเพื่อหารือในวงคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ที่ผมเป็นประธานในทันที”

ส่วนเพดานค่าการกลั่นนั้นในปัจจุบันสํานักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ใช้ค่าการกลั่นในสถานการณ์ปกติ ซึ่งวันนี้เป็นสถานการณ์ผิดปกติทําให้ราคาแพงขึ้น ซึ่งบางส่วนที่แพงขึ้นเพราะเป็นพรีเมียม ในช่วงสถานการณ์ปกติราคาค่าการกลั่นอยู่ที่ 2 บาทกว่าไม่เกิน 3 บาท ในช่วง 4-5 ปี ที่ผ่านมา แต่ในช่วงเดือนมี.ค. 2569 ราคาค่าการกลั่นขึ้นสูงมาถึง 7 บาท และเข้ามาในช่วงเดือนเม.ย. นี้ ไม่กี่วันราคาขึ้นมา 16-17 บาท

ทั้งนี้ ในวันที่ 7 เม.ย. จะนําตัวเลขจริงทั้งหมดมาดู วันนี้ประเทศไทยต้องเลิกใช้ตัวเลขทิพย์ ตัวเลขในใจมากําหนดเพดานค่าการกลั่นได้แล้ว