"กองทัพเรือ"ชี้การวิเคราะห์ฐานข้อมูลเดินเรือ ศรชล.​ พบการเดินเรือช้าประวิงเวลาผิดปกติ​ 20 เที่ยว​เรือ​ รวมปริมาณน้ํามัน​ 50 ล้านลิตร​ จ่อประสาน​ DSI​ ดําเนินคดี​ ยัน​ยึดผลประโยชน์ของชาติทางทะเล

3 เมษายน 2569 เมื่อเวลา 11.30 น.ที่ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ทําเนียบรัฐบาล พล.ร.อ.ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล เสนาธิการทหารเรือ​ กล่าวว่า​ จากสถานการณ์ด้านน้ํามันเชื้อเพลิงในห้วงเดือน มี.ค.จากการสั่งการของนายกรัฐมนตรี ถึงมาตรการงดการส่งออกน้ํามันไปยังประเทศกัมพูชา ซึ่งได้มีประกาศออกไปเมื่อ 6 มี.ค.นั้น พล.ร.อ.ไพโรจน์​ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะรองผู้อํานวยการศูนย์อํานวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ได้ดําเนินการอย่างเคร่งครัด​ในการตรวจสอบ สกัดการส่งออกน้ํามันทางทะเลมาโดยตลอด​

พล.ร.อ.ธาดาวุธ กล่าวว่า ในช่วง มี.ค.มีการเน้นย้ําการปฏิบัติ​ ซึ่งเกิดเหตุการณ์การปิดช่องแคบฮอร์มุซ​ จากภาวะสงครามทําให้การขนส่งน้ํามันขาดตอน​ และเกิดภาวะการกักตุนน้ํามันในประเทศไทย​ ซึ่ง ศรชล.ได้ร่วมกับหน่วยต่างๆ​ ลงพื้นที่ตรวจสอบ โดยเฉพาะใน จ.สุราษฎร์ธานี ในส่วนของเส้นทาง พฤติกรรมการเดินเรือ​ที่มีการขนส่งน้ํามัน​ เส้นทางเดินเรือทางทะเลของไทย

จากการตรวจสอบการวิเคราะห์จากฐานข้อมูลในเดือน มี.ค.มีเที่ยวเรือ 96 เที่ยว พบความผิดปกติในการเดินเรือ​ จากการเปรียบเทียบจากการเดินเรือปกติ มีการเดินเรือช้าขึ้นกว่าเดิมอยากมีนัย ซึ่งอาจเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทําให้เกิดการกักตุนน้ํามัน ด้วยการชะลอการเดินทาง หรือการประวิงเวลาการเดินเรือ พบความผิดปกติ 20 เที่ยวเรือ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือผิดปกติจากเดิมที่เคยเดินเรือ 1 วัน มีจํานวน 13 เที่ยว มีปริมาณน้ํามันอยู่ที่ 35,764,709 ลิตร ซึ่งถือว่าเป็นปริมาณมาก แม้จะเป็นเพียงแค่ 1 วัน แต่มูลค่าของการปรับราคาน้ํามันเพิ่มขึ้นทําให้มีมูลค่าสูง และอีกกลุ่มจะใช้เวลาปกติ ช้าลง 2 วัน มีอยู่จํานวน 7 เที่ยวเรือ ซึ่งมีปริมาณน้ํามันอยู่ที่ 16,235,294 ลิตร​ ซึ่งหากรวมทั้ง 2 กลุ่มมีอยู่ประมาณ 50 ล้านลิตร ถือเป็นปริมาณน้ํามันที่มีนัย จะต้องมีการตรวจสอบต่อไป

นอกจากนี้ จากการวิเคราะห์ฐานข้อมูลของ ศรชล.​ได้พบพฤติกรรมของเรือบางกลุ่มมีการเทียบเรือกลางทะเลเป็นเวลานาน ทั้งตามแนวชายแดนและฝั่งไทย ซึ่งอาจจะมีการขนถ่ายน้ํามัน​ ซึ่งในเบื้องต้นมีการตรวจสอบข้อมูลแล้ว แต่อยู่ระหว่างการตรวจสอบโดยละเอียด และจะดําเนินการต่อ หากพบว่ามีการกระทําที่ผิดกฎหมาย ซึ่ง ศรชล.มีการดําเนินการในการตรวจสอบเส้นทาง​ หลังจากนั้น ศรชล.จะประสานกับทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) การส่งข้อมูลต่างๆ เพื่อที่จะดําเนินการให้มีผลทางคดี หากมีการปฏิบัติที่ผิดกฎหมาย

เสนาธิการทหารเรือ กล่าวอีกว่า ตนขอยืนยันในฐานะเลขาธิการ ศรชล. ในการปฏิบัติเราเน้นเรื่องผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ทั้งในการปฏิบัติของ ศรชล.​และทางกองทัพเรือ ฉะนั้นตนยืนยันว่า นโยบายของรัฐบาล และ ศรชล.มีการตรวจสอบการเดินเรืออย่าง เข้มข้น และจะไม่ให้มีการลักลอบการขนส่งน้ํามัน ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า การดําเนินการตามนโยบายของรัฐบาล การปฏิบัติของ ศรชล.ช่วงนี้เข้มข้นกว่าปกติ และจะไม่ให้มีการเล็ดลอดออกไปเป็นอันขาด