อบจ.ปทุมธานี เตรียมออกมาตรการเร่งด่วนช่วยลดภาระค่าครองชีพประชาชน ด้วยการงดจัดเก็บภาษีน้ํามันจากสถานีบริการทั่วจังหวัด เป็นระยะเวลา 3 เดือน พร้อมเปลี่ยนเป็นส่วนลดราคาน้ํามันที่หัวจ่ายโดยตรง
เมื่อวันที่ 1 เมษายน ที่ห้องประชุมชั้น 3 สํานักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี
คํารณวิทย์ ธูปกระจ่าง เป็นประธานการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายปกครอง สมาชิกสภา อบจ. และผู้ประกอบการสถานีบริการน้ํามัน เพื่อหารือมาตรการช่วยเหลือประชาชนจากสถานการณ์ราคาน้ํามันที่เพิ่มสูงขึ้น

โดยที่ประชุมได้เสนอแนวทาง งดเว้นการจัดเก็บภาษีน้ํามันในอัตรา 4.45 สตางค์ต่อลิตร จากสถานีบริการน้ํามันทั้ง 317 แห่งทั่วจังหวัด ซึ่งเดิมสร้างรายได้ให้ อบจ. กว่า 4 ล้านบาทต่อเดือน และจะนําวงเงินดังกล่าวไปบริหารเป็น “ส่วนลดราคาน้ํามัน” ให้ประชาชนโดยตรง เป็นระยะเวลา 3 เดือน
นายคํารณวิทย์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกร ได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทั้งราคาปุ๋ย ยา และน้ํามัน จึงได้หารือกับฝ่ายกฎหมายและการคลังของ อบจ. ว่าการชะลอจัดเก็บภาษีจะกระทบต่อการบริหารหรือไม่ ซึ่งได้รับการยืนยันว่าไม่กระทบ จึงตัดสินใจนําภาษีส่วนนี้กลับคืนให้ประชาชนในรูปแบบส่วนลดทันที
“แม้รายได้กว่า 4 ล้านบาทต่อเดือนจะเป็นงบพัฒนา แต่ในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ หากสามารถช่วยให้ประชาชนลดต้นทุนการดํารงชีวิตได้ ก็ถือว่าคุ้มค่า เงินภาษีควรกลับไปสู่ประชาชนในรูปแบบที่จับต้องได้จริง” นายคํารณวิทย์กล่าว
ทั้งนี้ อบจ.ปทุมธานีเตรียมวางระบบคัดกรองสิทธิ เพื่อให้สวัสดิการตกถึง “คนปทุมธานี” อย่างแท้จริง พร้อมกําหนดมาตรการป้องกันการกักตุน โดยจะหารือร่วมกับผู้ประกอบการสถานีบริการน้ํามันทั้ง 317 แห่ง ในวันที่ 2 เมษายน 2569 เพื่อกําหนดแนวทางปฏิบัติร่วมกัน
หลังจากนั้น จะเสนอเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของสภา อบจ. และดําเนินการตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทย ก่อนเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาอนุมัติ โดยตั้งเป้าให้มาตรการสามารถเริ่มใช้ได้โดยเร็วที่สุด
ด้านตัวแทนสมาชิกสภา อบจ. ในพื้นที่อําเภอหนองเสือ สะท้อนเสียงเกษตรกรว่า ปัจจุบันต้องเผชิญต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ขณะที่ราคาผลผลิตกลับลดลง ทําให้มาตรการช่วยลดราคาน้ํามันครั้งนี้ จะเป็นการบรรเทาภาระได้อย่างมีนัยสําคัญ
นายคํารณวิทย์ ยังระบุว่า หากแนวทางนี้ประสบผลสําเร็จ จะผลักดันเป็นต้นแบบให้กับองค์การบริหารส่วนจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อขยายผลช่วยเหลือประชาชนในวงกว้างต่อไป




