กระทรวงการคลังเตรียมหั่นภาษีสรรพสามิตดีเซล พร้อมอัดฉีดซอฟต์โลนหมื่นล้านช่วย SME และเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่ม 100 บาทในเดือนเมษายน เร่งส่ง กกต. พิจารณาไฟเขียวงบกลางบรรเทาทุกข์ประชาชน
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้ามาตรการช่วยเหลือประชาชนและภาคธุรกิจจากวิกฤตราคาน้ํามัน ตามนโยบายของคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ โดยสรุปแผนการดําเนินงานแบ่งเป็น 3 มาตรการหลัก ดังนี้
1. มาตรการลดภาษีน้ํามันดีเซล
กรมสรรพสามิตอยู่ระหว่างพิจารณาปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ํามันดีเซล (ปัจจุบันจัดเก็บที่ 5-6 บาท/ลิตร) โดยจะประเมินอัตราที่เหมาะสมและระยะเวลาดําเนินการให้สอดคล้องกับสถานะของกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง ทั้งนี้ ข้อมูลระบุว่าหากลดภาษีทุกๆ 1 บาท จะทําให้รัฐสูญเสียรายได้ประมาณ 2,000 ล้านบาทต่อเดือน
2. มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ํา (Soft Loan)
เตรียมวงเงินประมาณ 10,000 ล้านบาท ผ่านธนาคารออมสิน เพื่อปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ําให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs และกลุ่มธุรกิจในห่วงโซ่อุปทานที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงาน เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องให้ธุรกิจเดินหน้าต่อได้
3. มาตรการเพิ่มเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและอุดหนุนค่าเดินทาง
เติมเงิน: เตรียมเพิ่มวงเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีก 100 บาท สําหรับเดือนเมษายน 2569 ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย 13.4 ล้านคน ใช้งบประมาณราว 1,300 ล้านบาท
ตรึงค่าโดยสาร: เตรียมอุดหนุนค่าน้ํามันรถโดยสารสาธารณะผ่านระบบพร้อมเพย์ โดยใช้ระบบ GPS ตรวจสอบระยะทางวิ่งจริง เพื่อป้องกันการปรับขึ้นค่าโดยสารในช่วงเทศกาลสงกรานต์
เนื่องจากปัจจุบันอยู่ในช่วงรัฐบาลรักษาการ มาตรการที่จําเป็นต้องใช้งบกลางจะต้องผ่านการพิจารณาและอนุมัติจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก่อน จึงจะสามารถเริ่มดําเนินการช่วยเหลือประชาชนได้อย่างเป็นทางการ




