ตํารวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) ได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย คือ นายตูน อายุ 24 ปี และ นายต้า อายุ 24 ปี ตามหมายจับของศาลอาญากรุงเทพใต้ ในความผิดฐาน “ร่วมกันกระทําชําเราและกระทําอนาจารเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี

ซึ่งเป็นศิษย์ที่อยู่ในความดูแล, พรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากผู้ปกครองเพื่อการอนาจาร, ครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศ และบังคับขู่เข็ญยุยงส่งเสริมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร” โดยเจ้าหน้าที่สามารถเข้าจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองได้ภายในกุฏิวัดดังแห่งหนึ่งใจกลางกรุงเทพมหานคร



พฤติการณ์ในคดีนี้สืบเนื่องจากมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ได้ประสานขอความช่วยเหลือมายังกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) ให้เข้าตรวจสอบกรณีสามเณรจํานวน 3 รูป ภายในวัดชื่อดังแห่งหนึ่ง ถูกพระลูกวัดกระทําการล่วงละเมิดทางเพศ เจ้าหน้าที่ตํารวจ กก.1 บก.ปคม. จึงได้ลงพื้นที่สืบสวนหาข้อเท็จจริงในเชิงลึก จนพบว่ามีพระ 2 รูป คือ นายตูน (อดีตพระตูน) และนายต้า (อดีตพระต้า) ซึ่งเป็นพระปกครองและพระรุ่นพี่ที่มีอํานาจในการดูแลสามเณร มีพฤติการณ์สอดคล้องกับคําให้การของผู้เสียหาย โดยผู้ต้องหาทั้งสองได้อาศัยตําแหน่งหน้าที่และความอ่อนประสบการณ์ของสามเณรซึ่งมีอายุระหว่าง 12-15 ปี หลอกล่อให้มายังกุฏิของตนเอง โดยใช้โทรศัพท์มือถือให้เล่นเกมเป็นสิ่งจูงใจ

 เนื่องจากเป็นสิ่งที่สามเณรไม่สามารถเข้าถึงได้ตามกฎของวัด หรือมีการให้เงินจํานวน 500 บาท เพื่อแลกกับการยินยอมให้กระทําการล่วงละเมิดทางเพศ ทั้งการกระทําชําเราและกระทําอนาจารรวมแล้วกว่า 30 ครั้ง นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ต้องหาทั้งสองมีพฤติการณ์แอบถ่ายคลิปวิดีโอขณะก่อเหตุและขณะที่สามเณรนอนหลับเก็บไว้ในโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ มากกว่า 100 คลิป ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานและขออนุมัติศาลออกหมายจับ ก่อนนํากําลังเข้าตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหาได้พร้อมของกลางหลายรายการ อาทิ อุปกรณ์เล่นการพนัน, ถุงยางอนามัย, เจลหล่อลื่น, เครื่องดื่มแอลกอฮอล์, โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อีก 3 เครื่อง ซึ่งภายหลังการจับกุม ผู้ต้องหาทั้งสองได้สมัครใจลาสิกขา และถูกนําตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปคม. เพื่อดําเนินคดีตามกฎหมาย เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา