ชุดปฏิบัติการศูนย์ยาเสพติดนครบาล (ศอ.ปส.บช.น.) บุกรวบตัวนายชาย (นามสมมุติ) อายุ  40 ปี หลังตกเป็นทาสยาเสพติด ก่อเหตุทางเพศต่อบุคคลในครอบครัวต่อเนื่องนานนับปี ก่อนหนีกบดานข้ามจังหวัด แต่ไม่พ้นเงื้อมมือ ชุดยาเสพติดรองจ๋อ 
        
พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. ,พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิฐบรรณกร ผบก.น.1 ,พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. , พ.ต.อ.นิพนธ์ นิธิการุณย์เลิศ ผกก.สน.ชนะสงคราม , พ.ต.ท.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น. เปิดปฏิบัติการสืบสวนจับกุม.นายชาย (นามสมมุติ) อายุ 40 ปี  ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1410/2569 ลงวันที่ 10 มีนาคม 2569  ซึ่งต้องหาว่ากระทําความผิดฐาน "ข่มขืนกระทําชําเราผู้อื่น โดยกระทําแก่ผู้สืบสันดาน"

จับกุมได้ที่แคมป์ก่อสร้างใกล้พระปรางค์สามยอด ต.ท่าหิน อ.เมืองลพบุรี จ.ลพบุรี 

จากการสืบสวนพบพฤติกรรมสุดสะเทือนใจ ยาเสพติดสารพิษล้างสมอง เปลี่ยน "พ่อ" เป็น "อาชญากร" ชนวนเหตุครั้งนี้ต้นเหตุมาจาก "ยาเสพติด" ที่ผู้ต้องหาเสพติดอย่างหนักจนทําลายสมองส่วนจริยธรรมและการยับยั้งชั่งใจ หลังการเสพยา เปลี่ยนบทบาทจากผู้ปกครองกลายเป็นปีศาจ ลงมือล่วงละเมิดบุตรสาวแท้ๆ ซ้ําแล้วซ้ําเล่า ไร้ซึ่งสามัญสํานึกของความเป็นมนุษย์ ทันทีที่ชุดสืบสวน ศอ.ปส.บช.น. ทราบ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ จึงสั่งการสารวัตรแจ๊ะเร่งแกะรอยโดยเร็วเนื่องจากผู้เสียหายอยู่ในอาการหวาดผวาเพราะผู้ต้องหาตามรังควานและปล่อยภาพคุกคามในโลกโซเชียล  

 
          
จากนั้นชุดสืบสวนพบว่าผู้ต้องหารายนี้หนีไปกบดานในพื้นที่จังหวัดลพบุรี จึงติดตามไปจับกุม แจ้งข้อกล่าวหา  "ข่มขืนกระทําชําเราผู้อื่น โดยกระทําแก่ผู้สืบสันดาน"

ในชั้นจับกุมผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า “ตนเองเสพยาบ้าและยาไอซ์ จนทําให้เกิดอารมณ์ก่อเหตุไม่รู้ตัว  จากนั้นชุดจับกุมจึงนําตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน. ชนะสงครามดําเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. / รองโฆษก ตร. ฝากเตือน  สังคมต้องตื่นตัว ช่วยเป็นหูเป็นตา อย่าช่วยกันปิดบัง  คดีนี้เป็นอุทาหรณ์ว่า “อันตรายอาจซ่อนอยู่ในพื้นที่ที่ควรปลอดภัยที่สุด” โดยเฉพาะในครอบครัวที่มีปัจจัยเสี่ยงในการใช้สารเสพติด ควรสังเกตุบุตรหลานหากมีพฤติกรรมหวาดกลัวผิดปกติ  เก็บตัวผิดสังเกต ซึมเศร้า หรือมีการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์หรือร่างกายอย่างชัดเจน  อาจเป็นสัญญาณเตือนภัย ควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที เพราะการรับรู้เร็ว คือโอกาสในการหยุดยั้งเหตุร้าย   หากพบเบาะแสความรุนแรงในครอบครัว * สายด่วน พม.: 1300   สายด่วนแจ้งเหตุยาเสพติด : 1386  แจ้งเหตุด่วน: 191