ทรัมป์ประกาศลดปฏิบัติการทหารต่ออิหร่าน หลังบรรลุเป้าหมาย ย้ําคุ้มครองฮอร์มุซ-จวกนาโต้ “ขี้ขลาด”

21 มีนาคม 2569 สํานักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นําสหรัฐโพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ระบุถึงปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ในตะวันออกกลางว่าอยู่ในช่วงท้ายของภารกิจ และเตรียมลดระดับความเข้มข้นของการดําเนินการทางทหารทั้งหมด หลังจากประเมินว่าเป้าหมายหลักประสบความสําเร็จแล้วทั้งนี้ ทรัมป์ได้ทบทวนเป้าหมายที่สหรัฐกําหนดไว้ก่อนเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. โดยระบุว่าครอบคลุม 5 ด้านสําคัญ ได้แก่


1.ทําลายขีดความสามารถด้านจรวดขีปนาวุธ ฐานยิง และระบบที่เกี่ยวข้องของอิหร่าน
2.ทําลายฐานอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศ
3.ทําลายกองทัพเรือ กองทัพอากาศ และระบบป้องกันภัยทางอากาศ
4.สกัดไม่ให้อิหร่านเข้าใกล้ศักยภาพด้านนิวเคลียร์ พร้อมย้ําว่าสหรัฐยังคงมีความพร้อมตอบโต้ทันทีหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลง
5.ให้การคุ้มครองสูงสุดแก่พันธมิตรในภูมิภาค ได้แก่ อิสราเอล, ซาอุดีอาระเบีย, กาตาร์, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, บาห์เรน และ คูเวต รวมถึงประเทศอื่นๆ

ในช่วงท้ายของแถลงการณ์ ทรัมป์เน้นย้ําถึงความจําเป็นในการร่วมมือกันของประเทศที่ใช้เส้นทางขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อปกป้องเส้นทางดังกล่าว โดยระบุว่าสหรัฐ “ไม่ได้พึ่งพาการใช้ช่องแคบนี้โดยตรง” แต่พร้อมให้ความช่วยเหลือหากได้รับการร้องขอ พร้อมระบุว่าภารกิจดังกล่าว “จะเป็นเรื่องง่าย” หากภัยคุกคามจากอิหร่านหมดสิ้นไป

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ทรัมป์ได้แสดงความไม่พอใจต่อ NATO ที่ไม่ตอบรับข้อเรียกร้องของสหรัฐในการเข้าร่วมปฏิบัติการคุ้มครองความปลอดภัยในช่องแคบฮอร์มุซ โดยใช้ถ้อยคํารุนแรงเรียกนาโต้ว่า “ขี้ขลาด” และไม่ต่างจาก “เสือกระดาษ” หากไม่มีสหรัฐเป็นสมาชิก

ทรัมป์ยังมองว่าปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐต่ออิหร่านถือว่า “ประสบชัยชนะ” ในเชิงยุทธศาสตร์ สามารถยับยั้งภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์ได้อย่างมีนัยสําคัญ และเห็นว่าหากนาโต้เข้ามามีส่วนร่วมในการคุ้มครองช่องแคบฮอร์มุซ ก็จะช่วยคลี่คลายสถานการณ์ความตึงเครียด รวมถึงปัญหาราคาน้ํามันที่ปรับตัวสูงขึ้นได้

อย่างไรก็ดี ผู้นําสหรัฐยังคงวิพากษ์วิจารณ์นาโต้ซ้ําในช่วงท้าย โดยย้ําว่าจะขอจดจําการตัดสินใจครั้งนี้ของนาโต้ไว้

ภาพ ---- เอพี