ประเทศไทยกําลังเผชิญสภาพอากาศร้อนรุนแรงขึ้นจาก ภาวะ Climate Change โดยกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เตือนว่าในปี 2569 แนวโน้มความร้อนอาจสูงกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งเคยทําสถิติ ดัชนีความร้อนสูงถึง 59.5 องศาเซลเซียส และมีผู้เสียชีวิตจากโรคที่เกี่ยวข้องกับความร้อนแล้ว 21 ราย
แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย ระบุว่า ประชาชนควรเฝ้าระวัง “ดัชนีความร้อน” (Heat Index หรือ Feel Like) ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่ร่างกายรู้สึกจริงจากความร้อนและความชื้นในอากาศ โดยช่วง เมษายน–พฤษภาคม หลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะ ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคกลาง มีโอกาสอยู่ในระดับ “เตือนภัย” (33–41.9°C) ไปจนถึง “อันตรายมาก” (มากกว่า 52°C) ซึ่งเสี่ยงเกิด โรคลมแดด หรือ ฮีทสโตรก ได้ง่าย

เพื่อป้องกันอันตรายจากความร้อน กรมอนามัยแนะนํา 7 วิธีรับมือหน้าร้อน ได้แก่
ตรวจสอบพยากรณ์อากาศเป็นประจํา
จิบน้ําบ่อย ๆ ป้องกันร่างกายขาดน้ํา
เลี่ยงเครื่องดื่มหวานจัดหรือแอลกอฮอล์ สวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี
ระวังผลข้างเคียงจากยาบางชนิด
หลีกเลี่ยงการทํางานกลางแดดเพียงลําพัง
ดูแลกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็กและผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด
หากพบผู้มีอาการ ตัวร้อนจัด ผิวแดง ชีพจรเต้นเร็ว สับสน หรือหมดสติ ให้รีบลดอุณหภูมิร่างกายทันที ด้วยการใช้ ผ้าชุบน้ําเย็นหรือน้ําแข็งประคบตามข้อพับ เช่น รักแร้ หรือขาหนีบ และรีบโทรแจ้ง สายด่วน 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือโดยด่วน
หน้าร้อนปีนี้ อากาศอาจร้อนกว่าที่คิด การดูแลตัวเองและคนรอบข้างจึงสําคัญอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันอันตรายจากความร้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเวลา




