กรรมการแพทยสภาแจงเหตุคุมเข้มแพทย์ห้ามเกี่ยวข้องโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ เปิด 4 หลักสําคัญคุ้มครองประชาชน–รักษาศักดิ์ศรีวิชาชีพ พร้อมเตรียมเปิดรายชื่อผู้ฝ่าฝืนสัปดาห์หน้า

วันที่ 28 ก.พ. 69 - สถานการณ์การบังคับใช้ข้อบังคับจริยธรรมด้านการโฆษณาของ แพทยสภา กําลังได้รับความสนใจจากสังคม ภายหลังเตรียมเปิดเผยรายชื่อแพทย์ที่เข้าข่ายฝ่าฝืนข้อบังคับว่าด้วยการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ ภายในสัปดาห์หน้า

ประเด็นดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสข่าวการเอาผิดแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณาผลิตภัณฑ์ความงามและสุขภาพ ซึ่งมีบทลงโทษตั้งแต่พักใช้ใบอนุญาตไปจนถึงเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม โดยก่อนหน้านี้ พญ.ของขวัญ ฟูจิตนิรันดร์ หรือ “หมอของขวัญ” ได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกแพทยสภาและคืนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ยุติบทบาทการเป็นแพทย์ พร้อมยืนยันว่าไม่เคยถูกพิจารณาพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตมาก่อน

ล่าสุด รองศาสตราจารย์พิเศษ นายแพทย์เมธี วงศ์ศิริสุวรรณ กรรมการแพทยสภา ชี้แจงถึงความจําเป็นในการควบคุมการโฆษณาของวิชาชีพแพทย์ โดยระบุว่า เฉพาะปี 2567 มีเรื่องร้องเรียนสูงถึง 476 เรื่อง ครอบคลุมทั้งแพทย์และวิชาชีพอื่น เช่น ทันตแพทย์ ซึ่งมีกฎห้ามถ่ายภาพหรือวิดีโอร่วมกับสินค้าเช่นกัน

สําหรับหลักการสําคัญ 4 ประการที่แพทยสภายึดถือในการควบคุมการโฆษณา ได้แก่ คุ้มครองประชาชนไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด  รักษาศักดิ์ศรีวิชาชีพ ไม่บิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อการค้า ข้อมูลทางวิชาการต้องถูกต้อง ตรวจสอบได้ ความโปร่งใส สุภาพ ไม่โอ้อวดหรือเปรียบเทียบข่มผู้อื่น

นพ.เมธี ระบุเพิ่มเติมว่า แพทยสภาไม่ได้ออกไปแสวงหาคดีเอง แต่ดําเนินการตามคําร้องเรียนจากประชาชน หน่วยงานรัฐ เช่น สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) รวมถึงจากคลินิกคู่แข่ง โดยคดีจริยธรรมแต่ละคดีมีต้นทุนเฉลี่ยสูงถึง 60,000 บาท และต้องใช้บุคลากรจํานวนมาก หากไม่ดําเนินการตามคําร้องเรียน อาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

ทั้งนี้ ยังมีกรณีที่ศาลมีคําพิพากษาจําคุกและปรับเงินหลายสิบล้านบาทในความผิดฐานฉ้อโกง และนําเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีต้นตอมาจากการโฆษณาที่ผิดกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม แพทยสภายืนยันว่า แพทย์ยังสามารถให้ความรู้ทางวิชาการแก่ประชาชนได้ แต่ต้องไม่มีลักษณะโฆษณาแอบแฝง หรือมีผลประโยชน์ทับซ้อนใด ๆ เพื่อคงไว้ซึ่งความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยของสังคมโดยรวม