เตือนภัย! จาก "ผู้เสียหาย" อาจกลายเป็น "ผู้ต้องหา" ในพริบตา

ปัจจุบันมิจฉาชีพได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการหลอกลวงให้ซับซ้อนและน่ากลัวยิ่งขึ้น ไม่ใช่แค่การหลอกให้โอนเงิน แต่เป็นการ "บังคับให้ช่วยฟอกเงิน"

กลโกงของคนร้าย:

คนร้ายมักใช้วิธีวิดีโอคอล หรือข่มขู่ว่าท่านมีคดีติดตัว และสร้างสถานการณ์บีบคั้นดังนี้:

1. ข่มขู่ให้กลัว: อ้างว่าบัญชีของท่านพัวพันสิ่งผิดกฎหมาย ต้องตรวจสอบทรัพย์สิน

2. สั่งให้จําหน่ายทรัพย์สิน: บังคับให้นําทองคํา เครื่องประดับ หรือของมีค่า (ทั้งของท่านเอง หรือของที่คนร้ายส่งมาให้) ไปขายที่ร้านทองหรือโรงรับจํานํา

3. เปลี่ยนเป็นเงินสด: ให้ท่านรับเงินสดจากการขาย แล้วนําไปฝากเข้าตู้ ATM เพื่อโอนเข้า "บัญชีม้า" ของคนร้ายทันที

ทําไมถึงเสี่ยงเป็น "ผู้ต้องหา" ด้วย? (ทั้งที่เป็นเหยื่อ)

ในทางปฏิบัติและทางกฎหมาย สิ่งที่ทําลงไปอาจกลายเป็นหลักฐานมัดตัวเอง:

• คนฟอกเงิน: ภาพจากกล้องวงจรปิดจะบันทึกว่า "ท่าน" คือผู้นําทรัพย์สินไปขาย และ "ท่าน" คือผู้นําเงินสดไปโอนเข้าบัญชีโจร

• เส้นทางการเงิน: คนร้ายใช้วิธีนี้เพื่อตัดตอนเส้นทางการเงิน ทําให้ตํารวจติดตามตัวการใหญ่ยากขึ้น แต่หลักฐานทั้งหมดจะมาชี้ที่ตัวท่านแทน

• ความผิดทางอาญา: การกระทําลักษณะนี้ หากพิสูจน์เจตนาไม่ได้ หรือทรัพย์สินนั้นเป็นของโจรที่ส่งมาให้ ท่านอาจเข้าข่ายความผิดฐาน "ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน", "ร่วมกันฟอกเงิน" หรือ "รับของโจร" ได้

ข้อแนะนําเมื่อเจอเหตุการณ์แบบนี้

1. ตั้งสติ อย่ากลัวคําขู่: เจ้าหน้าที่รัฐตัวจริง ไม่มีนโยบาย ให้ท่านนําทรัพย์สินไปขายเพื่อโอนเงินมาตรวจสอบเด็ดขาด

2. ห้ามขาย ห้ามโอน: ไม่ว่าจะถูกกดดันแค่ไหน ให้วางสายทันที การตัดบทสนทนาคือความปลอดภัยที่สุด

3. เก็บหลักฐาน: แคปหน้าจอ เบอร์โทร หรือบันทึกเสียง(ถ้าทําได้)

4. แจ้งเจ้าหน้าที่: หากเผลอโอนไปแล้ว หรือไม่มั่นใจ ให้รีบโทรแจ้งศูนย์ AOC 1441 ทันที (ตลอด 24 ชม.)

อย่าปล่อยให้ความกลัว ทําให้ท่านตกเป็นเครื่องมือของมิจฉาชีพ

- แจ้งเบาะแสหรือความเสียหายออนไลน์ได้ที่: www.thaipoliceonline.go.th

- สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สายด่วน 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง

#ตํารวจไซเบอร์ #cyberpolice #เตือนภัยออนไลน์ #หลอกขายทอง #ฟอกเงิน #บัญชีม้า