โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดฉากการประชุมคณะกรรมการสันติภาพครั้งที่ 1 ที่วอชิงตัน ดี.ซี. โดยประกาศจะมอบเงินช่วยเหลือฉนวนกาซา 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มจากเดิมที่เคยประกาศไว้ที่ 5 พันล้าน

ทรัมป์เปิดฉาก ประชุม “คกก.สันติภาพ” สัญญามอบเงิน 7 พันล้านช่วยกาซา
สํานักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดฉากการประชุมชาติสมาชิก “คณะกรรมการสันติภาพ” (Board of Peace) ซึ่งเขาเป็นผู้ผลักดันให้ก่อตั้งแล้ว ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 ก.พ. 2569 เพื่อหารือกันเรื่องฉนวนกาซา และเรื่องความมั่นคงในพื้นที่อื่นๆ ของโลก

ในการกล่าวเปิดการประชุม ทรัมป์ได้กล่าวต้อนรับผู้นําโลกหลายสิบท่านที่มาร่วมงาน โดยระบุว่าหลายคนในกลุ่มนี้ได้กลายมาเป็น “เพื่อนที่แสนวิเศษ” ของตัวเขา และว่าคณะกรรมการสันติภาพคือหนึ่งในสิ่งที่สําคัญและส่งผลกระทบกว้างไกลที่สุดเท่าที่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย

ต่อมา นายทรัมป์ได้ประกาศชื่อ 9 ประเทศที่ให้คํามั่นว่าจะมอบเงินช่วยเหลือฟื้นฟูฉนวนกาซารวม 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจาก 5 พันล้านที่นายทรัมป์ประกาศเมื่อสัปดาห์ก่อน



ทรัมป์ระบุว่า ประเทศที่ร่วมให้คํามั่นสัญญาในครั้งนี้ประกอบด้วย คาซัคสถาน, อาเซอร์ไบจาน, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, โมร็อกโก, บาห์เรน, กาตาร์, ซาอุดีอาระเบีย, อุซเบกิสถาน และคูเวต

“ทุกดอลลาร์ที่จ่ายไปคือการลงทุนเพื่อเสถียรภาพและความหวังในการสร้างภูมิภาคที่มีความสมัครสมานสามัคคีขึ้นใหม่” ทรัมป์กล่าวในระหว่างขอบคุณบรรดาผู้บริจาค

ทรัมป์ยังประกาศระดมทุน 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐเข้าสู่คณะกรรมการสันติภาพ แต่ไม่ระบุว่า จะนําเงินดังกล่าวไปใช้ทําอะไร “คณะกรรมการสันติภาพกําลังแสดงให้เห็นว่าเราจะสร้างอนาคตที่ดีกว่าเดิมได้อย่างไร โดยเริ่มจากที่นี่ ในห้องประชุมแห่งนี้” ทรัมป์กล่าว

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้กล่าวพาดพิงถึงความกังวลและการวิพากษ์วิจารณ์ต่อสหประชาชาติ (UN) อีกครั้งในระหว่างการประชุม โดยระบุว่า สหประชาชาติควรจะมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาความขัดแย้งให้มากกว่าที่เป็นอยู่

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยังกล่าวด้วยว่า สหรัฐฯ จะทํางานร่วมกับสหประชาชาติอย่างใกล้ชิดมาก “สักวันหนึ่งข้าพเจ้าจะไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้ว แต่สหประชาชาติจะยังคงอยู่ และข้าพเจ้าคิดว่ามันจะแข็งแกร่งขึ้นมาก คณะกรรมการเพื่อสันติภาพเกือบจะเป็นผู้ที่คอยเฝ้าดูสหประชาชาติ และคอยดูแลให้แน่ใจว่ามันจะดําเนินงานได้อย่างเหมาะสม”



ทรัมป์ยังกล่าวถึงความขัดแย้งต่าง ๆ ที่เขาอ้างว่าได้แก้ไขสําเร็จแล้ว พร้อมกับระบุว่าอิหร่านคือ “จุดวิกฤตในตอนนี้” และว่าบรรดาผู้แทนของเขามีการหารือที่ “น่าสนใจอย่างยิ่ง” กับเจ้าหน้าที่ของอิหร่าน และย้ําว่า

“ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มันพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการทําข้อตกลงที่มีความหมายกับอิหร่านนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เราจําเป็นต้องทําข้อตกลงที่มีความหมายให้ได้ มิเช่นนั้นสิ่งเลวร้ายจะเกิดขึ้น”

ทั้งนี้ ผู้นําโลกและเจ้าหน้าที่ระดับสูงมากกว่า 20 คน เดินทางมายังกรุงวอชิงตันเพื่อเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ ซึ่งรวมพันธมิตรที่มีอุดมการณ์เดียวกันกับนายทรัมป์ เช่น นายกรัฐมนตรี วิกตอร์ ออร์บาน แห่งฮังการี ซึ่งกําลังเผชิญกับการศึกเลือกตั้งที่ยากลําบาก และประธานาธิบดี ฮาเวียร์ มิเล แห่งอาร์เจนตินา

นอกจากนั้นยังมีนายกรัฐมนตรี เชห์บาซ ชารีฟ แห่งปากีสถาน ซึ่งพยายามสานสัมพันธ์กับทรัมป์ เพื่อขอการสนับสนุนในความขัดแย้งกับอินเดียด้วย

อย่างไรก็ตาม บรรดาพันธมิตรหลักทางประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ รวมถึงพันธมิตรในยุโรป ต่างไม่ได้เข้าร่วมการประชุมมครั้งนี้

ส่วน ญี่ปุ่น ซึ่งปกติจะเป็นหนึ่งในพันธมิตรที่เหนียวแน่นที่สุดของสหรัฐฯ ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเข้าร่วมเป็นสมาชิกคณะกรรมการหรือไม่ และจะส่งเพียงผู้แทนที่ดูแลด้านฉนวนกาซามาเข้าร่วมเท่านั้น

ภาพ  เอพี