รัฐบาลคุมเข้มอาวุธปืนทั่วประเทศ กําชับนายทะเบียนตรวจเข้ม ป.3–ป.4 งดออก ป.12 ต่อเนื่อง ฝ่ายปกครองลงพื้นที่สุ่มตรวจ ย้ําพกพาปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร มีโทษจําคุกไม่เกิน 5 ปี

รัฐบาลเดินหน้ามาตรการควบคุมอาวุธปืนอย่างเข้มงวด โดยนางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบหมายให้กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย กําชับฝ่ายปกครองทั่วประเทศดําเนินมาตรการควบคุมอาวุธปืนอย่างจริงจัง เพื่อยกระดับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

มาตรการสําคัญประกอบด้วย การเข้มงวดในการออกใบอนุญาตซื้ออาวุธปืน (แบบ ป.3) โดยให้นายทะเบียนท้องที่ตรวจสอบคุณสมบัติผู้ขออนุญาตอย่างละเอียดตามกฎหมาย รวมถึงพฤติการณ์ส่วนตัว บุคคลใกล้ชิด และประวัติการเกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมายอย่างรอบคอบ

ขณะเดียวกัน ได้กําชับการกํากับดูแลผู้ได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน (แบบ ป.4) โดยให้นายทะเบียนและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองร่วมกับเครือข่ายในพื้นที่ เช่น กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน และภาคประชาชน ตรวจตราและติดตามพฤติกรรมอย่างต่อเนื่อง หากพบการกระทําที่อาจกระทบต่อความสงบเรียบร้อย ให้ดําเนินการตามกฎหมายทั้งทางปกครองและทางอาญา

นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทยยังคงมาตรการงดออกใบอนุญาตพกพาอาวุธปืน (แบบ ป.12) เป็นการชั่วคราวต่อเนื่อง นับตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2566 เป็นต้นมา โดยห้ามเจ้าพนักงานออกใบอนุญาตพกพาอาวุธปืนให้บุคคลทั่วไป เพื่อลดความเสี่ยงการก่อเหตุรุนแรงในที่สาธารณะ

รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรีระบุว่า การนําอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร ถือเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 และพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 แม้ผู้ได้รับใบอนุญาตแบบ ป.4 ก็ไม่มีสิทธิพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะ ต้องเก็บรักษาไว้ในที่อยู่อาศัย เว้นแต่มีเหตุจําเป็นเร่งด่วน โดยผู้ฝ่าฝืนมีโทษจําคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ