18 กุมภาพันธ์ 2569 สํานักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ครอบครัวสาธุคุณ เจสซี แจ็คสัน แถลงการณ์ว่า 'เจสซี แจ็คสัน' วัย 84 ปี ถึงแก่กรรมอย่างสงบในบ้านพักในนครชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ โดยมีสมาชิกครอบครัวรายล้อม และบอกว่าแจ็คสันเป็นผู้นําแบบรับใช้ ไม่เพียงแต่กับครอบครัวเท่านั้น ยังรวมถึงผู้ที่ถูกกกดขี่ ผู้ที่ไร้สิทธิไร้เสียง และผู้คนที่ถูกมองข้ามทั่วโลก
'เจสซี แจ็คสัน' เกิดที่เมืองกรีนวิลล์ รัฐเซาท์แคโรไลนา ท่ามกลางการแบ่งแยกสีผิว เขาร่วมขบวนการสิทธิพลเมืองกับ ดร.มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ ในช่วงยุคทศวรรษ 1960 และเป็นผู้นําคนสําคัญ เขาไม่ใช่แค่นักการเมืองหรือนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชน แต่เขาคือสัญลักษณ์ของความหวังสําหรับคนผิวสีและกลุ่มผู้ด้อยโอกาสในอเมริกา
เขาอยู่ในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ ตอนที่ ดร.มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ ถูกลอบสังหารที่เมืองเมมฟิส รัฐเทนเนสซี ในปี 1968 เขาเป็นผู้รับช่วงต่อในการขับเคลื่อนเรื่องความเท่าเทียมทางเศรษฐกิจผ่านองค์กร Operation PUSH และภายหลังได้ก่อตั้ง Rainbow PUSH Coalition เพื่อรวมกลุ่มคนทุกสีผิวและทุกศาสนาเข้าด้วยกัน
'เจสซี แจ็คสัน' เคยลงสมัครเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตชิงตําแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในปี 1984 และ 1988 แม้จะไม่ชนะการเลือกตั้ง แต่เขาก็ได้เปลี่ยนโฉมหน้าการเมืองอเมริกาไปตลอดกาล เพราะเขาพิสูจน์ให้เห็นว่า คนผิวดําสามารถเป็นผู้ท้าชิงตําแหน่งสูงสุดของประเทศได้อย่างสมศักดิ์ศรี เขายังเป็นผู้ปูทางให้กับชัยชนะของ บารัค โอบามา และ กมลา แฮร์ริส ในเวลาต่อมา โอบามาเองยังเคยกล่าวว่า ถ้าไม่มี 'เจสซี แจ็คสัน' ก็อาจไม่มีตัวเขาในวันนี้
บั้นปลายชีวิตของ 'เจสซี แจ็คสัน'ยังคงเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิการเลือกตั้งและความยุติธรรมทางสังคม แม้จะป่วยด้วยโรคพาร์กินสัน และเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลเมื่อปลายปีที่แล้ว ตอนที่อาการของโรคพาร์กินสันของเขาทรุดลง





