นักวิเคราะห์ชี้ ไม่มีพรรคใดครองเสียงขาด เหตุ 2 ปมร้อนเศรษฐกิจทรุด-พิพาทไทย-กัมพูชา ชี้ชะตาจัดตั้งรัฐบาลผสม
“เศรษฐกิจย่ําแย่-พิพาทชายแดน” กลายเป็นสองปัจจัยใหญ่ที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศในการเลือกตั้งใหญ่ปี 2569 โดยรายงานจาก The Straits Times สื่อสิงคโปร์ที่เกาะติดสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ระบุว่า นักวิเคราะห์ไม่เชื่อว่าจะมีพรรคการเมืองใดคว้าชัยแบบถล่มทลาย ท่ามกลางความแตกแยกทางการเมืองอย่างลึกซึ้ง ซึ่งอาจนําไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลผสมอีกครั้ง
ประชาชน 53 ล้านคนทั่วประเทศ รวมถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรกกว่า 2.3 ล้านคน กําลังเผชิญทางเลือกที่หลากหลาย ท่ามกลางนโยบายที่แตกต่างจากพรรคการเมืองหลัก ทั้งพรรคประชาชนที่มาพร้อมแนวคิดเสรีนิยม ปฏิรูปกองทัพและสนับสนุนธุรกิจ SME, พรรคภูมิใจไทยที่นํากระแสชาตินิยมจากข้อพิพาทเขตแดน พร้อมชู “คนละครึ่งพลัส”, และพรรคเพื่อไทยที่ยังคงใช้กลยุทธ์ประชานิยม “สร้างเศรษฐีวันละ 9 คน”

อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจยังเป็นปัจจัยหลักที่คนไทยกังวล กระทรวงการคลังคาดการณ์ GDP โตเพียง 1.2-2.2% ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่า ประเทศไทยกําลังเสี่ยงถูกมองเป็น “คนป่วยแห่งเอเชีย” หากยังเน้นนโยบายแจกเงินระยะสั้น แต่ไม่แก้จุดอ่อนโครงสร้าง เช่น การศึกษาที่ล้าหลังและการขาดแรงงานฝีมือ
ด้านความมั่นคง ปัญหาแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ถูกหยิบยกขึ้นเป็นประเด็นหาเสียงอย่างเข้มข้น ดร.ปุรวิชญ์ วัฒนสุข ชี้ว่า การใช้วาทกรรมชาตินิยม ส่งผลต่อแนวโน้มคะแนนเสียง โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดน ที่กลายเป็นเวทีแข่งขันของวาทกรรม “อธิปไตย-ตัวตนของชาติ”
การเมืองไทยจึงอยู่ในจุดหัวเลี้ยวหัวต่ออีกครั้ง ที่ไม่ใช่แค่เรื่องของใครจะชนะเลือกตั้ง...แต่เป็นเรื่องของใครจะรวมเสียงได้ และนโยบายไหนที่จะแก้ปัญหาโครงสร้างของประเทศได้จริง
#เลือกตั้ง69 #เศรษฐกิจไทย #พิพาทชายแดน #การเมืองไทย #รัฐบาลผสม #พรรคประชาชน #พรรคเพื่อไทย #พรรคภูมิใจไทย #StraitsTimes #วิเคราะห์การเมือง #ชาตินิยม #คนป่วยแห่งเอเชีย #อนาคตประเทศไทย




