สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) วิเคราะห์นโยบายหาเสียง 5 พรรคการเมืองใหญ่ ชี้หลายพรรคประเมินงบต่ํากว่าความเป็นจริง เตือนประชานิยมสร้างภาระการคลัง เสนอ กกต.เข้มข้อมูลต้นทุน

วันที่ 5 ก.พ.69 - คณะผู้วิจัยจาก สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ได้นําข้อมูลนโยบายของพรรคการเมืองขนาดใหญ่ 5 พรรค ที่มีโอกาสได้จํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพียงพอในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งพรรคการเมืองได้ยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มาวิเคราะห์เชิงลึก เพื่อให้ประชาชนใช้ประกอบการตัดสินใจก่อนลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง

ผลการวิเคราะห์พบว่า พรรคประชาชน เสนอใช้งบประมาณเฉลี่ยประมาณ 740,000 ล้านบาทต่อปี มีนโยบายที่ใช้งบเกิน 10,000 ล้านบาทต่อปี จํานวน 18 นโยบาย โดยในจํานวนนี้มี 2 นโยบายที่ใช้งบเกิน 100,000 ล้านบาทต่อปี ได้แก่ นโยบาย “เพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุ” และ “เมกะโปรเจกต์ยกระดับคุณภาพชีวิต” ซึ่ง TDRI เห็นว่านโยบายเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุแบบถ้วนหน้าอาจมีการประมาณการต้นทุนต่ํากว่าความเป็นจริง ขณะที่นโยบายด้านพลังงานและโครงการขนาดใหญ่ ยังไม่ได้คํานึงถึงข้อเท็จจริงว่าต้นทุนจริงมักสูงกว่าที่ประเมินไว้

ด้าน พรรคเพื่อไทย แจ้งใช้งบประมาณราว 240,000 ล้านบาทต่อปี มี 5 นโยบายที่ใช้งบเกิน 10,000 ล้านบาท โดย TDRI ตั้งข้อสังเกตว่านโยบาย “เศรษฐีใหม่ 9 คนต่อวัน” ผ่านการแจกเงินรางวัลลอตเตอรี่วันละ 9 ล้านบาท ไม่ปรากฏในเอกสารนโยบายที่ยื่นต่อ กกต. และยังไม่สามารถยกระดับรายได้ของประชาชนได้อย่างยั่งยืน

ขณะที่ พรรคภูมิใจไทย เสนอ 8 นโยบาย ใช้งบรวมประมาณ 148,000 ล้านบาท โดยนโยบายที่ควรทบทวน ได้แก่ “ค่าไฟฟ้าหน่วยละ 3 บาท” ซึ่งอาจสร้างภาระทางการคลังในระยะยาว และลดแรงจูงใจในการประหยัดพลังงาน รวมถึงนโยบาย “คนละครึ่งพลัส” ที่เป็นเพียงมาตรการระยะสั้น ไม่ได้แก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง

ส่วน พรรคกล้าธรรม มีนโยบายที่ใช้งบเกิน 10,000 ล้านบาทต่อปี จํานวน 14 นโยบาย โดย 3 นโยบายใช้งบเกิน 100,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่ง TDRI เห็นว่านโยบาย “พลังงานราคาถูกเพื่อเกษตรกรและประมง” เสี่ยงต่อการสร้างกลุ่มผลประโยชน์ และกดดันให้รัฐต้องอุดหนุนราคาพลังงานต่อเนื่องในระยะยาว

ขณะที่ พรรคประชาธิปัตย์ มี 10 นโยบายที่ใช้งบเกิน 10,000 ล้านบาทต่อปี โดยมี 1 นโยบายที่ใช้งบเกิน 100,000 ล้านบาท คือ “เบี้ยผู้สูงอายุ 1,000 บาทถ้วนหน้า” นอกจากนี้ โครงการ “ประกันรายได้พืชผลทางการเกษตร” ถูกมองว่าอาจสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรผลิตมากเกินความต้องการตลาด และลดแรงผลักดันในการเพิ่มประสิทธิภาพหรือใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่

ทั้งนี้ คณะผู้วิจัย TDRI ตั้งข้อสังเกตว่า หลายนโยบายของพรรคการเมืองยังคงเป็น “ประชานิยม” ที่ขาดการศึกษาความเป็นไปได้อย่างรอบด้าน มีการประเมินต้นทุนต่ํากว่าความจริง ไม่เน้นการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจระยะยาว และอาจสร้างภาระการคลังในระดับสูง รวมถึงบิดเบือนกลไกตลาด โดยเสนอให้ กกต. ปรับปรุงแนวทางกําหนดให้พรรคการเมืองต้องแสดงรายละเอียดวิธีคํานวณงบประมาณของนโยบายที่ใช้หาเสียงอย่างชัดเจน โปร่งใส และตรวจสอบได้