งบกีฬาเป็นเลิศถูกหั่นพันล้าน! โอลิมปิคไทยหวั่นซ้ํารอยซีเกมส์ งบเบิกจ่ายล่าช้า – กระทบศึกเอเชียนเกมส์และบีชเกมส์

 

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ห้องประชุม อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) นายกองเอกชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย แถลงภายหลังการประชุมเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมนักกีฬาไทยในการแข่งขันระดับนานาชาติ โดยเฉพาะ “เอเชียนบีชเกมส์ ครั้งที่ 6” ณ เมืองซานย่า สาธารณรัฐประชาชนจีน และ “เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20” ณ เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น รวมถึงการสรุปภาพรวมงบประมาณประจําปี 2569 ของกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ

“บิ๊กแนต” เผยความกังวลต่อการถูกตัดงบของฝ่ายกีฬาเพื่อความเป็นเลิศ จากเดิมที่ได้รับราว 2,200 ล้านบาทต่อปี เหลือเพียงประมาณ 1,200 ล้านบาท ขณะที่งบในหมวดเชิงนโยบายกลับได้รับถึง 1,600 ล้านบาท ส่งผลต่อแผนการเก็บตัวและส่งนักกีฬาไปแข่งขันต่างประเทศโดยตรง

"เราเคยเจอปัญหานี้ในซีเกมส์ 2025 ที่งบเบิกจ่ายล่าช้าอย่างมาก แต่ด้วยความสามารถของนักกีฬาไทย เรากลับคว้าเหรียญทองสูงสุดถึง 233 เหรียญ และรวมเหรียญทั้งหมดกว่า 500 เหรียญ ซึ่งไม่เคยมีเจ้าภาพชาติใดในอาเซียนทําได้มาก่อน" รองประธานโอลิมปิคกล่าว

อย่างไรก็ตาม ความสําเร็จนั้นอาจไม่เกิดซ้ํา หากปัญหาเรื่องงบประมาณยังไม่ถูกแก้ไขอย่างจริงจัง โดยเฉพาะงบประมาณจากกองทุนฯ ซึ่งปีนี้ถูกใช้ไปกับโครงการเชิงนโยบาย เช่น โครงการวิ่งเข้าป่า วิ่งเทรล มวยไทยภูมิภาค ฯลฯ ซึ่งแม้จะส่งเสริมสุขภาพและการออกกําลังกาย แต่ส่งผลกระทบต่อกีฬาแข่งขันระดับชาติที่ต้องเตรียมพร้อมเชิงลึกมากกว่า

รองประธานโอลิมปิคยังกล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการ กกท. ในวันที่ 3 ก.พ. ซึ่งมีระเบียบวาระพิจารณาการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาผู้ว่าการ กกท. ว่า อาจยังไม่เหมาะสมในช่วงที่ประเทศกําลังจะมีการเลือกตั้งใหญ่ในวันที่ 8 ก.พ. จึงควรรอให้มีรัฐบาลชุดใหม่ก่อนจะเดินหน้าการแต่งตั้งใด ๆ เพื่อความโปร่งใสและเสถียรภาพของนโยบายกีฬาแห่งชาติ

ความหวังของกีฬาไทยในเวทีเอเชียและระดับโลกอาจสะดุด หากการจัดสรรงบประมาณยังขาดดุลระหว่าง “นโยบาย” กับ “ความเป็นเลิศ”


 

#โอลิมปิคไทย #ตัดงบกีฬา #เอเชียนเกมส์2026 #บีชเกมส์ซานย่า #กีฬาเพื่อความเป็นเลิศ #กองทุนพัฒนากีฬา #งบกีฬา2569 #ซีเกมส์2025 #ทีมชาติไทย #กีฬาไทยไปเอเชีย #ข่าวกีฬาไทย