รัฐมนตรีต่างประเทศย้ํา ปัญหา Cyber Scams ถึงจุดอาเซียนเพิกเฉยไม่ได้อีก มองเป็นภัยคุกคามกัดเซาะความมั่นคงภูมิภาค ระบุไทยพร้อมเป็นผู้นํา วางรากฐานความร่วมมือสกัดอาชญากรรมไซเบอร์
วันที่ 29 ม.ค.69 - นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยภายหลังการหารือในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการว่า ไทยได้เสนอวาระเร่งด่วนในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะขบวนการไซเบอร์สแกมและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่ใช้ภูมิภาคอาเซียนเป็นฐานปฏิบัติการสําคัญ
รัฐมนตรีต่างประเทศ ระบุว่า ปัญหา Cyber Scams ได้พัฒนาไปสู่ระดับที่ท้าทายอํานาจรัฐ มีความซับซ้อนสูง ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยในการหลอกลวง รวมถึงสามารถเคลื่อนย้ายฐานปฏิบัติการหรือ “สแกมคอมพาวด์” ได้อย่างรวดเร็ว หากประเทศต่าง ๆ ไม่เร่งปรับตัวและประสานความร่วมมือ อาจตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบต่อกลุ่มอาชญากรเหล่านี้
พร้อมกันนี้ นายสีหศักดิ์ยังชี้ว่า ปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อยุทธศาสตร์ความมั่นคงชายแดนของไทย โดยเฉพาะแนวชายแดนฝั่งเมียนมาและกัมพูชา และที่ผ่านมาไทยได้ยกประเด็นนี้ขึ้นหารืออย่างต่อเนื่องในเวทีนานาชาติ ทั้งการประชุมสุดยอดอาเซียนและเอเปก เนื่องจากขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติเหล่านี้ได้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว จนประชาคมโลกตั้งคําถามว่าอาเซียนจะรับมือกับภัยนี้อย่างไร
นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศยังแสดงความกังวลต่อผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนและความเสียหายทางเศรษฐกิจ โดยระบุว่า ปัจจุบันมีผู้ถูกหลอกและถูกบังคับให้ทํางานในขบวนการค้ามนุษย์เพื่อทําสแกมในภูมิภาคอาเซียนสูงถึงหลักแสนคน ขณะที่เหยื่อในหลายประเทศ โดยเฉพาะผู้สูงอายุในสหรัฐอเมริกาและยุโรป สูญเสียเงินออมทั้งชีวิต รวมมูลค่าความเสียหายนับหมื่นล้านบาท
นายสีหศักดิ์ย้ําว่า ในฐานะที่ประเทศไทยได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม ไทยจําเป็นต้องจัดการปัญหาภายในประเทศให้เข้มแข็ง เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ก่อนขยายความร่วมมือไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยไทยมีเป้าหมายในการสร้างกลไกและพันธมิตรระดับภูมิภาค เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง
สําหรับก้าวต่อไป รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า อาเซียนต้องยืนหยัดเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และประสานความร่วมมือกับประชาคมโลก เพื่อสร้างเกราะป้องกันภัยไซเบอร์อย่างเป็นระบบ โดยประเทศไทยพร้อมเป็นผู้นําในการวางรากฐานความร่วมมือดังกล่าว เพื่อไม่ให้ภูมิภาคอาเซียนตกเป็นแหล่งกบดานของกลุ่มมิจฉาชีพที่กัดเซาะความมั่นคงของโลกอีกต่อไป




