รัฐบาลย้ํามาตรการเด็ดขาด ห้ามลักลอบเผาในพื้นที่ป่า พื้นที่เกษตร และที่โล่ง ชี้ผิดกฎหมายหลายฉบับ โทษหนักทั้งจําทั้งปรับ สูงสุดคุก 20 ปี ปรับ 2 ล้านบาท หวังลดวิกฤตฝุ่น PM2.5

วันที่ 29 ม.ค.69 - นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์ปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองอย่างใกล้ชิด พร้อมกําชับการบังคับใช้กฎหมายควบคุมการเผาในที่โล่งและเขตควบคุมการเผาอย่างจริงจัง โดยย้ําเตือนประชาชนและเกษตรกรว่า การลักลอบเผาในพื้นที่ป่า พื้นที่เกษตร และพื้นที่โล่ง มีโทษทั้งจําคุกและปรับตามกฎหมายหลายฉบับ

ทั้งนี้ การเผาในพื้นที่ตนเองหรือพื้นที่สาธารณะทั่วไป จนก่อให้เกิดเหตุรําคาญ เช่น การเผาขยะหรือสิ่งของกลางแจ้ง หากฝ่าฝืนคําสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่น จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535 ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 25,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

ส่วนการเผาในพื้นที่ข้างทางหรือถนน ภายในระยะไม่เกิน 500 เมตรจากทางเดินรถ จนก่อให้เกิดควันหรืออันตรายต่อความปลอดภัยทางจราจร ถือเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

ขณะที่การเผาในพื้นที่เกษตรกรรม เช่น เผาไร่อ้อย เผาตอซังข้าว หรือเผาในที่โล่งที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้อื่นและทรัพย์สิน มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 220 ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

สําหรับการเผาป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่ 4 ถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่ 400,000 ถึง 2,000,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ส่วนการเผาป่าในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ มีโทษจําคุกตั้งแต่ 1 ถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 ถึง 200,000 บาท และหากเผาป่าเป็นเนื้อที่เกินกว่า 25 ไร่ จะมีโทษหนักขึ้น จําคุกตั้งแต่ 4 ถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่ 200,000 ถึง 2,000,000 บาท

รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ย้ําว่า รัฐบาลขอความร่วมมือประชาชนและเกษตรกร งดการเผาทุกกรณี เพื่อช่วยลดปัญหาฝุ่น PM2.5 ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เศรษฐกิจ และสังคมในระยะยาว พร้อมขอให้ประชาชนร่วมแจ้งเบาะแส หากพบเห็นการเผาป่า เผาขยะ หรือเผาในที่โล่ง ผ่านสายด่วนกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 1784 สายด่วนกรมอุทยานแห่งชาติ 1362 ศูนย์ดํารงธรรม 1567 หรือแจ้งตํารวจ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อร่วมกันลดฝุ่นพิษและผลกระทบต่อสุขภาพของคนไทย