เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ได้รับรายงานความสูญเสียทรัพยากรทางทะเลหายาก หลังพบซากวาฬเกยตื้นบริเวณ คลองปูยู ตําบลปูยู อําเภอเมือง จังหวัดสตูล
จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนล่าง (ศวอล.) ร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นและชาวบ้านในพื้นที่ พบข้อมูลเบื้องต้นดังนี้:
-
สายพันธุ์: วาฬโอมูระ (Omura’s whale) เพศเมีย
-
ขนาดและวัย: ความยาวลําตัว 4.99 เมตร อยู่ในวัยยังไม่โตเต็มวัย
-
สภาพภายนอก: ซากยังสด ความสมบูรณ์ร่างกายปกติ (BCS 3/5) พบเพียงรอยแผลถลอกจากการเกยตื้น ไม่พบร่องรอยจากเครื่องมือประมง


ทีมสัตวแพทย์ได้ทําการเปิดผ่าชันสูตรเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง พบร่องรอยความผิดปกติภายใน ดังนี้:
-
ระบบทางเดินหายใจ: พบฟองอากาศและของเหลวคั่งในหลอดลม เนื้อเยื่อปอดบวมน้ําและมีปื้นสีดําขนาด 1-2 ซม. กระจายอยู่
-
ระบบหมุนเวียนโลหิต: หัวใจมีอาการเลือดคั่งและบวมน้ําเล็กน้อย
-
ระบบทางเดินอาหาร: ไม่พบอาหารและสิ่งแปลกปลอมใดๆ ภายใน

สรุปสาเหตุการตาย: เกิดจากการ จมน้ํา โดยมีสาเหตุโน้มนํามาจากการที่วาฬมีอาการ ป่วยและพลัดหลงจากแม่ ทําให้ไม่สามารถประคองตัวในน้ําได้ตามปกติจนนําไปสู่การเกยตื้นและเสียชีวิตในที่สุด
เจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อเพื่อนําไปวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการอย่างละเอียด พร้อมเก็บรักษาโครงกระดูกส่วนสําคัญ (ขากรรไกรล่าง, ครีบอก, กระดูกเชิงกราน) เพื่อประโยชน์ทางวิชาการ ส่วนซากที่เหลือได้รับการสนับสนุนจาก อบต.ปูยู ในการใช้เครื่องจักรขุดฝังกลบในพื้นที่ตามหลักวิชาการเรียบร้อยแล้ว




