ทรัมป์กดดันฝรั่งเศส! ขู่เก็บภาษีไวน์200% บีบเข้าร่วมแผนสันติภาพ
21 มกราคม 2569 สํานักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ขู่ที่จะจัดเก็บภาษีนําเข้าไวน์และแชมเปญจากฝรั่งเศสสูงถึง 200% เพื่อกดดันให้ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส เข้าร่วมแผนจัดตั้ง "คณะกรรมการแห่งสันติภาพ" (Board of Peace) ซึ่งเป็นโครงการริเริ่มของนายทรัมป์เพื่อแก้ไขความขัดแย้งทั่วโลก
โครงการดังกล่าวมีแผนจะเริ่มต้นจากการจัดการปัญหาในฉนวนกาซา ก่อนจะขยายไปยังความขัดแย้งอื่นๆ ซึ่งทําให้เกิดคําถามเกี่ยวกับบทบาทขององค์การสหประชาชาติ ในขณะที่แหล่งข่าวใกล้ชิดกับนายมาครงระบุว่า ผู้นําฝรั่งเศสมีความประสงค์ที่จะปฏิเสธคําเชิญเข้าร่วมโครงการนี้
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงท่าทีของนายมาครงที่จะไม่เข้าร่วมคณะกรรมการฯ ชุดนี้ นายทรัมป์ย้อนถามว่ามาครงพูดเช่นนั้นจริงหรือ พร้อมกับกล่าวเสริมว่า แท้จริงแล้วไม่มีใครต้องการตัวผู้นําฝรั่งเศสรายนี้ เพราะนายมาครงกําลังจะพ้นจากตําแหน่งในอีกไม่ช้า นายทรัมป์ระบุว่า เขาจะสั่งเก็บภาษีนําเข้าไวน์และแชมเปญจากฝรั่งเศสในอัตรา 200% ซึ่งจะทําให้นายมาครงยอมเข้าร่วมโครงการในที่สุด แต่อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้บังคับว่าผู้นําฝรั่งเศสจะต้องเข้าร่วมแต่อย่างใด ฝรั่งเศสมีกําหนดจะจัดการเลือกตั้งเพื่อหาผู้ที่จะดํารงตําแหน่งสืบต่อจากนายมาครงในปี 2027

นายมาครงมีกําหนดการเยือนเมืองดาวอส ของสวิตเซอร์แลนด์ในวันอังคารนี้ เพื่อร่วมประชุมการประชุมสภาเศรษฐกิจโลก หรือ เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม (World Economic Forum) และจะเดินทางกลับปารีสในช่วงเย็น โดยทีมงานระบุว่าเขาไม่มีแผนจะขยายเวลาอยู่ต่อจนถึงวันพุธ ซึ่งเป็นวันที่นายทรัมป์จะเดินทางมาถึง นอกจากนี้ นายทรัมป์ยังได้เผยแพร่ข้อความส่วนตัวของนายมาครงที่ระบุว่าไม่เข้าใจการกระทําของนายทรัมป์ในกรณีเกรีนแลนด์ เพื่อเป็นการโจมตีผู้นําฝรั่งเศสซ้ําอีกทางหนึ่ง
สหรัฐฯ ถือเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดสําหรับไวน์และสุราของฝรั่งเศส โดยในปี 2024 มีมูลค่าการส่งออกสูงถึง 3,800 ล้านยูโร (ประมาณ 1.4 แสนล้านบาท) ขณะที่ปัจจุบันไวน์จากสหภาพยุโรปเผชิญภาษีนําเข้าที่ 15% ซึ่งฝรั่งเศสกําลังพยายามเจรจาอย่างหนักเพื่อให้ลดลงเหลือ 0% หลังจากสหรัฐฯและสหภาพยุโรปบรรลุข้อตกลงทางการค้าไปเมื่อช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา
ภาพ---- เอพี




