'บวรศักดิ์'นั่งหัวโต๊ะประชุมถอดบทเรียนรับมืออุทกภัย ระบุปีนี้น้ําฝนมาเร็ว มาใหญ่แน่ ข้อมูลตรงกันทั้งวิทยาศาสตร์และคําพยากรณ์ 'หลวงปู่มหาศิลา' บอกถ้าปล่อยซ้ํารอยแล้วยังมีนายกฯ ชื่อ'อนุทิน'อีก หมดข้อแก้ตัว
เมื่อวันที่ 15 ม.ค.2569 ที่ตึกสํานักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ทําเนียบรัฐบาล นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะทํางานถอดบทเรียนและเตรียมความพร้อมรับมือมหาอุทกภัย ครั้งที่ 1/2569 โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม โดยนายบวรศักดิ์ กล่าวก่อนประชุม ว่า เมื่อวันที่ 14 ม.ค.เราได้ไปเยี่ยมสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ํา (สสน.) ที่มี นายรอยล จิตรดอน เป็นที่ปรึกษาได้เห็นการวิเคราะห์ว่าปีนี้ ซึ่งต้องแจ้งเลขาธิการสํานักงานทรัพยากรน้ําแห่งชาติ (สทนช.) ว่าปีนี้น้ําฝนจะมาเร็ว ตรงกันทั้งข้อมูลของนายรอยล และคําพยากรณ์ของพระเกจิอาจารย์ คือหลวงปู่มหาศิลา และคําพยากรณ์ของโหร


“มันตรงกันล่ะนะ วิทยาศาสตร์กับจิตศาสตร์ ตรงกันโดยบังเอิญ ท่านเตรียมรับมือไว้เลย แล้วมาใหญ่แน่ โดยเฉพาะช่วงต้น และ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จากโมเดลที่เขารัน มันก็จะวิกฤตมาก ก็ช่วงเดิมนั่นแหละ ต.ค.- ธ.ค. แดงเถือกเลย” นายบวรศักดิ์ ระบุ
นายบวรศักดิ์ กล่าวอีกว่า เพราะฉะนั้นจากข้อมูล 1.องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (Japan International Cooperation Agency หรือไจก้า และ 2.ดูข้อมูลที่ สสน. กรรมการชุดนี้จะมีความสําคัญว่า ต้องกรุณาช่วยระดมความคิด และไปเอาที่นักวิชาการทํา ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มีคําสั่งตั้งและรายงานให้สภานโยบายทราบแล้ว ซึ่งต้องขอความกรุณาเลขาธิการสทนช.และคณะ ไม่ใช่ผลการศึกษาเฉยๆ แล้วที่เราต้องการ มันต้องบอกว่าเมื่อเกิดอะไรขึ้น ใครรับผิดชอบ ทําอะไร ใครรับช่วงต่ออย่างไร มันต้องมีสิ่งที่เรียกว่าคู่มือปฏิบัติการ ตั้งแต่พยากรณ์ติดตามสภาพอากาศ มาเป็นฝน การแจ้งเตือน ไปจนกระทั่งการอพยพ การมีศูนย์ซิงเกิ้ลคอมมานด์ มันต้องออกมาเป็นคู่มือที่ชัดเจนว่าใครทําอะไรอย่างไร และต้องลงมือซ้อม ซึ่งน้ําจะมาสองทาง ทางหนึ่งคือ ทางทิศเหนือ ซึ่งเรายังไม่ได้ดูรายละเอียด แต่ทางใต้ ท่านต้องทําคู่มือรายละเอียด เช่น ช่วงไหน เรือขับเคลื่อนระบายน้ําที่กองทัพเรือเอาไปไว้ที่สงขลา 30 ลํา ต้องลงมือไประบายน้ําที่ปากคลอง ร.1 หรือ คลองอู่ตะเภา พวกนี้ต้องเป็นแผนปฏิบัติการจริงๆ

“ขอขอบคุณทุกท่านที่มาประชุม และผมคิดว่าเรามีเวลาเหลือไม่มากแล้ว ผมก็หวังว่าเราจะเอาทุกอย่างมาบูรณาการได้ และต้องซ้อม เพราะถ้ามันมาแล้วเกิดเหตุอย่าง ปี 2568 อีก ถ้าเป็นรัฐบาลอื่นก็ยังไม่เป็นไร แต่ถ้ารัฐบาลมีนายกฯ ชื่ออนุทินอีก คราวนี้มันไม่มีข้อแก้ตัว มันก็แปลว่าเราไม่ได้เรียนรู้จากสิ่งที่ฉุกละหุกในอดีต“ นายบวรศักดิ์ กล่าวตอนท้าย




