เกษตรกรในจังหวัดสมุทรสงคราม โดยเฉพาะในพื้นที่อําเภออัมพวา อําเภอเมือง และอําเภอบางคนที ต่างเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิต “ส้มแก้ว” พืชท้องถิ่นเอกลักษณ์ของจังหวัด หลังผลผลิตเริ่มออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่องในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี

นางเบญจวรรณ รุ่งอรุณเนตร เจ้าของสวนส้มแก้วลุงจก ใน ต.บางสะแก อ.บางคนที เปิดเผยว่า ส้มแก้วเป็น "ทรัพย์ในดิน" ที่ปลูกยากและให้ผลผลิตดีเฉพาะในสภาพดินเหนียวปนร่วนของสมุทรสงคราม ซึ่งเป็นดินที่เกิดจากตะกอนน้ําเหนือทับถมและมีน้ําจืดอุดมสมบูรณ์ ทําให้ส้มแก้วที่นี่มีรสชาติโดดเด่นไม่เหมือนที่อื่น



เคล็ดลับการปลูกและการดูแล

  • การปลูก: ใช้กิ่งชําลงหลุม ดูแลด้วยปุ๋ยชีวภาพทําเอง

  • การให้ผลผลิต: เริ่มให้ผลผลิตเมื่อต้นมีอายุ 4-5 ปี โดยต้นที่สมบูรณ์จะให้ผลผลิต 100-300 ลูกต่อฤดูกาล

  • ภูมิปัญญาการห่อผล: เมื่อผลมีขนาดเท่าส้มเขียวหวาน จะต้องนํา "ใบตองแห้ง" มาห่อผลไว้

    • เพื่อป้องกันศัตรูพืชอย่าง หนอน แมลง และผีเสื้อกลางคืนมาวางไข่

    • เป็นเคล็ดลับทําให้ผิวส้มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองสวยงาม และช่วยให้รสชาติเปรี้ยวอมหวานลงตัว

ส้มแก้วมีลักษณะเด่นคือผลใหญ่ เนื้อและน้ําเยอะ มีวิตามินซีสูง ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระและชะลอริ้วรอย นอกจากจะเป็นผลไม้ที่ทานแล้วสดชื่น ยังมีความอัศจรรย์คือหากพบผลที่มีรสเปรี้ยว เมื่อนํามาชุบเกลือจะมีรสชาติหวานทันที นอกจากนี้ ชาวไทยเชื้อสายจีนยังถือเป็น "ผลไม้มงคล" นิยมใช้เซ่นไหว้ในช่วงเทศกาลสําคัญอย่างปีใหม่และตรุษจีน


ปีนี้สภาพอากาศเอื้ออํานวยทําให้ส้มแก้วให้ผลผลิตดกมากจนเก็บขายแทบไม่ทัน ส่งผลให้ราคาขายจากสวนปัจจุบันอยู่ที่กิโลกรัมละ 50-60 บาท (จากเดิม 80-100 บาท) สําหรับผู้ที่สนใจลิ้มลองรสชาติส้มแก้วแท้ๆ สามารถติดต่อได้ที่สวนส้มแก้วลุงจก โทรศัพท์ 082-956-5195

ขอบคุณภาพ/ข่าว : นพพร บุญทนาวงศ์ สมุทรสงคราม